ความคิดแรกเมื่อเราต้องการจะหามอเตอร์ไซค์มาใช้ในชีวิตประจำวันสักคัน เน้นขี่จากบ้านไปทำงานในเมืองที่รถติดสุด ๆ อย่างกรุงเทพฯ โจทย์แรกของเราคือ ‘รถต้องเท่’ พอมองหาความเท่ก็ทำให้นึกถึงรถสไตล์คาเฟ่ขึ้นมาทันที ไฟกลม ๆ มันช่างดูคลาสสิคและมีเสน่ห์เหลือเกิน

แต่! โจทย์ต่อมาคืออยากได้รถที่ไม่ใหญ่มาก cc ไม่ต้องเยอะ มันเลยเป็นโจทย์ที่ยากมาก ๆ เพราะความเท่มันมาพร้อมความใหญ่ ในท้องตลาดตอนนี้รถคาเฟ่ไฟกลมคลาสสิคเท่ ๆ ที่เราชอบไม่มีรุ่นไหนเครื่องยนต์ต่ำกว่า 500cc เลย บอกตามตรงว่าเราไม่ได้ติดที่กำลังทรัพย์ แต่ติดที่กำลังใจเนี่ยแหละ แค่คิดจะแบกร่างตัวเองพารถใหญ่ขนาด 500cc ลัดเลาะไปตามช่องแคบระหว่างรถยนต์บนท้องถนนในกรุงเทพฯ ก็ท้อแท้จนอยากล้มเลิกโปรเจ็กต์ซื้อมอเตอร์ไซค์คูล ๆ ไปเลย

Honda CB150r แต่งแนวคาเฟ่ เรเซอร์

ในขณะที่เกือบจะถอดใจ เราก็ได้พบกับ Honda CB150R รถที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ ‘โมเดิร์น คาเฟ่’ ภาพจำคำว่า ‘คาเฟ่’ มันต้องเป็นรถคลาสสิคไฟกลม พอมาเจอคอนเซ็ปต์โมเดิร์น คาเฟ่ ของ Honda CB150R ก็ทำให้นึกสงสัยว่าจริงๆ แล้วคาเฟ่นี่มันยังไงกัน มันเริ่มต้นจากอะไร และรถแบบไหนถึงจะเรียกคาเฟ่ แล้ว Honda CB150R คันนี้จะนับเป็นคาเฟ่ได้จริง ๆ ไหม

เรื่องราวตำนาน ‘คาเฟ่ เรเซอร์’ จะสนุกแค่ไหน และ Honda CB150R จะใช่คาเฟ่จริงๆ หรือ? เราไปหาคำตอบพร้อม ๆ กันเลย

Ace Café จุดเริ่มต้นของตำนาน ‘คาเฟ่ เรเซอร์’

การเกิดขึ้นของรถแนวคาเฟ่ เรเซอร์ ต้องย้อนกลับไปไกลถึงยุค 1950 กันเลยทีเดียว จุดเริ่มต้นของตำนาน คือวัฒนธรรมของวัยรุ่นอังกฤษยุคนั้นที่มักจะพามอเตอร์ไซค์คู่ใจขับขี่ไปรวมตัวกันตามคาเฟ่ต่าง ๆ เพื่อพูดคุยสังสรรค์ แต่งตัว แต่งรถมาโชว์กัน

ซึ่งคาเฟ่ที่โด่งดังที่สุดก็คือ Ace Café แห่งเมืองลอนดอน ว่ากันว่าที่นี่คือต้นกำเนิดและเป็นสถานที่ที่วัยรุ่นที่ชื่นชอบมอเตอร์ไซค์มารวมตัวกันมากที่สุด และเป็นคาเฟ่เดียวที่เหลือรอดมาถึงปัจจุบัน Ace Café คาเฟ่ที่ถึงแม้จะเคยปิดตัวลงไป แต่ก็ถูกปลุกชีวิตขึ้นมาใหม่ในปี 1994 และเปิดต่อเนื่องยาวนานมาจนถึงปัจจุบัน

Juke Box – Rock n Roll – Tons Up Boy

ถ้าเปรียบ Ace Café เป็นสถานที่ให้กำเนิดวัฒนธรรมคาเฟ่ เรเซอร์ ดนตรีร็อคแอนด์โรล ก็เปรียบเหมือนเชื้อเพลิงที่คอยขับเคลื่อนวัฒนธรรมนี้ให้กระจายตัวออกไปทั่วโลก ในยุคนั้นการหาฟังเพลงร็อคไม่ใช่เรื่องง่าย กลุ่มวัยรุ่นต้องไปรวมตัวกันที่คาเฟ่ต่าง ๆ ที่มีตู้เพลงเท่านั้น เพราะเพลงร็อคเป็นอะไรที่ใหม่และไม่มีเปิดตามรายการวิทยุหรือหาดูได้ตามไนท์คลับทั่วไป

และเมื่อความเร้าใจของดนตรีร็อคมันเริ่มกระตุ้นสัญชาตญาณดิบและปลุกความเร่าร้อนในตัวขึ้นมา ชายหนุ่มทั้งหลายก็เกิดนึกสนุกจัดกิจกรรมท้าทายความสามารถและจิตใจของตัวเองขึ้นมา กิจกรรมที่ว่าก็คือการวางเดิมพันลงในกล่องที่วางอยู่บนตู้เพลง แล้วแข่งกันบิดมอเตอร์ไซค์คู่ใจจากคาเฟ่ที่อยู่ไปอีกคาเฟ่ให้ทันภายในหนึ่งเพลง! ซึ่งหมายความว่าเหล่านักบิดจะต้องแต่งรถให้บิดได้แรงที่สุดเท่าที่จะทำได้

และเป้าหมายของพวกเขาก็คือทำยังไงก็ได้ให้รถของพวกเขาบิดได้เกิน 100 ไมล์ต่อชั่วโมง เพื่อที่จะได้เรียกตัวเองว่า Tons Up Boy มาถึงตรงนี้ก็เริ่มจะพอเข้าใจแล้วว่าทำไมคนกลุ่มนี้ถึงเรียกแนวรถของตัวเองว่า ‘คาเฟ่ เรเซอร์’ ก็พี่เล่นแต่งรถกันเพื่อขี่จากคาเฟ่หนึ่งไปอีกคาเฟ่หนึ่งให้ทันในหนึ่งเพลงกันอย่างนี้นี่เอง!

เสื้อหนังปักชื่อคลับแสดงความเป็นตัวตนสไตล์คาเฟ่ เรเซอร์

แต่งยังไงถึงเรียก ‘คาเฟ่ เรเซอร์’

ยุคนั้นรถคาเฟ่จะไม่ใช่รถยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่ง หรือรุ่นใดรุ่นหนึ่งเท่านั้น แต่จะเป็นการเอารถของหลาย ๆ แบรนด์หลาย ๆ รุ่นมาประกอบรวมกันเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุด แนวทางการแต่งแบบคาเฟ่อันดับแรกคือต้อง ‘เบา’ ก็แน่นอนจะบิดให้ได้ 100 ไมล์ต่อชั่วโมง มันก็ต้องเบาที่สุด เหล่านักบิดก็เลยต้องถอดชุดแต่งต่างๆ ออกให้หมด แฮนด์ต้องหมอบต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ พอแฮนด์ต่ำก็ต้องตามมาด้วยเกียร์โยงเพื่อให้ท่านั่งสะดวกกับการควบคุมรถที่สุด

ในยุคนั้นรถที่นิยมนำมาแต่งแนวคาเฟ่กันก็จะหนีไม่พ้น Triumph กับ Norton Featherbed ซึ่งความพีคก็คือ พี่ ๆ Tons Up Boy ในยุคนั้นเล่นเอามอเตอร์ไซค์ของสองแบรนด์นี้มารวมกัน! คือเอาความแรงจากเครื่องของ Triumph มาผสมกับเฟรมของ Norton Featherbed ที่ขึ้นชื่อเรื่องความปราดเปรียวและควบคุมได้อย่างยอดเยี่ยมจนเปรี้ยง! เกิดเป็นโกโก้ครั้นช์ ไม่ใช่! เกิดเป็นชื่อ ‘The Triton’ ขึ้นมาครับ ซึ่งถือเป็นสูตรแต่งสุดคลาสสิคตั้งแต่ยุคนั้นยาวมาจนถึงยุคนี้เลยทีเดียว

รถแต่งสูตร The Triton

จากข้อมูลที่ได้มาทั้งหมดก็ทำให้ได้คำตอบว่า ‘คาเฟ่ เรเซอร์’ คือรถเมืองที่เอาไว้ขี่ระยะสั้น ๆ อย่างเดียวชัด ๆ ต่อให้คุณไม่ใช่เหล่า Tons Up Boy ที่ชื่นชอบในการแข่งขันรถไปตามคาเฟ่ต่าง ๆ ก็ตาม ลองนึกภาพท่านั่งขี่ที่แฮนด์ต่ำและใช้เกียร์โยงดูสิ ถ้าให้ขี่แบบนี้ไกล ๆ ยาว ๆ แบบออกทริปข้ามเมืองนี่คงจะทรมานน่าดู ด้วยเหตุนี้ จึงขอนิยามคำว่ารถคาเฟ่ว่า เป็นรถเมืองที่เน้นความคล่องตัวและความเร็วในระยะสั้น ที่สำคัญ..มันต้องเท่!

ท่านั่งสไตล์คาเฟ่ เรเซอร์

ซึ่งรถที่เล็งไว้อย่าง Honda CB150R นี่แหละตอบโจทย์สุด ๆ ด้วยขนาดรถที่ไม่ใหญ่ เครื่องยนต์ 150cc ที่พอเหมาะกับการขับขี่ในเมือง แถมยังจับมาแต่งให้สวยเท่ได้อีกเยอะ ที่สำคัญ..ไฟกลม ๆ ของมันช่างเย้ายวนใจเราเสียเหลือเกิน

หากใครสงสัยว่าเจ้า Honda CB150R นี่เป็นรถแนวคาเฟ่จริงๆ หรือ เราตอบได้เต็มปากเต็มคำเลยว่า ‘ใช่’ ส่วนความโมเดิร์นที่ค่ายปีกนกใส่เข้ามา น่าจะเป็นเรื่องของเทคโนโลยีต่าง ๆ มากกว่า ถ้าเรามีโอกาสได้ลองขับขี่ Honda CB150R คันนี้เมื่อไหร่ จะมาเล่าให้ฟังกันอีกที ทั้งการขับขี่ในเมืองและสไตล์การแต่งรอติดตามกันได้เลย!

Story: WINDTASTE

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม  A.P. Honda Thailand

Photo: xedoisong
Photo: xedoisong
Photo: xedoisong
Photo: xedoisong
Photo: xedoisong
Photo: xedoisong