ไม่นานก่อนที่เธอจะเข้าแข่งขันรายการ Iron Man 2018 All Terrain Rally เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2561 ที่ผ่านมา เราแวะเยี่ยมเยียนผู้หมวดคนสวย ร.ต.ท.หญิง วันวิสา ธีระปัญญาชัย หรือ ‘หมวดผึ้ง’ รองสารวัตรฝ่ายอำนวยการ 1 กองบังคับการอำนวยการ สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ณ ที่ทำงานของเธอในย่านปทุมวัน บ่ายวันนั้นหมวดผึ้งต้อนรับเราในชุดไปรเวทสบายๆ พร้อมรอยยิ้มสดใสที่ทำให้เธอดูเป็นสาวมั่นอารมณ์ดี…ต่างจากลุคที่เคยเห็นเธอในเครื่องแบบเต็มยศอย่างสิ้นเชิง

ในบทสัมภาษณ์นี้ รองสารวัตรหญิงจะคุยกับเราถึงความหลงใหลในชีวิตไบเกอร์ ความใฝ่ฝันที่จะทำอาชีพตำรวจ และเฮลตี้ไลฟ์สไตล์ที่ทำให้สาววัย 30-Something อย่างเธอ ‘สตรอง’ ได้เกินแม่หญิงธรรมดา

ผู้หญิงตัวเล็ก รถคันใหญ่ และการไล่ล่าความเร็ว

“ผึ้งขี่มอเตอร์ไซค์จริงจังมาประมาณสองปีค่ะ ส่วนใหญ่ขี่คนเดียว” ผู้หมวดสาวสวยอารมณ์ดีบอกว่ารถคันแรกของเธอนั้นคือ YAMAHA MT 09 Street Rally ที่ใช้สลับกับ ZX 10 และมี KLX 150 อีกคันที่เธอซื้อไว้ขี่เข้าป่าโดยเฉพาะ “แต่ตอนหลังมาก็ขายหมดค่ะ เปลี่ยนเป็น BMW F800 GS คันเดียวเพราะเรารู้แล้วว่าเราชอบการขับขี่แบบไหน” (BMW F800 GS เป็นรถสไตล์ Adventure Touring คันที่เธอใช้ในการเข้าแข่งขัน Iron Man 2018)

“ส่วนตัวเป็นผู้หญิงชอบความเร็วไงคะ ขับรถยนต์ก็ขับเร็ว ไม่ดีนะ (หัวเราะ) แต่มันเป็นความสุขอันหนึ่งที่เราชอบ” เธอตอบคำถามถึงเหตุผลที่มาคลั่งไคล้การขี่บิ๊กไบค์แบบเข้าเส้นเลือด “เมื่อก่อนผึ้งเคยเห็นผู้หญิงกลุ่มหนึ่งเขาขี่มอเตอร์ไซค์กัน คิดว่าชื่อ Girl Riders มั้งคะ ตอนนั้นเห็นแล้วคืออยากมากกก! แต่สมัยนั้นอะไรก็ยังไม่พร้อม รถเราก็ยังไม่มี งานก็หนักเหลือเกิน (หมวดผึ้งเคยทำงานเป็นผู้จัดการของ AIS Serenade Club ดูแลลูกค้า VIP ที่เซ็นทรัลชิดลม และ AIS Shop ที่เซ็นทรัลลาดพร้าว) จนวันที่ผึ้งมาสมัครเป็นตำรวจนี่ล่ะค่ะถึงเริ่มมีเวลาให้ตัวเองมากขึ้น เพราะช่วงที่เป็นตำรวจใหม่ๆ เรายังมีวันหยุดเสาร์อาทิตย์ชัดเจน ก็ได้เริ่มขี่มอเตอร์ไซค์จริงจังตอนนั้น”

ชีวิต…ในเครื่องแบบ

หมวดผึ้งบอกกับเราว่าเธอมีความฝันอยากใส่เครื่องแบบผู้พิทักษ์สันติราษฎร์มาแต่ครั้งยังเด็ก เพราะซึมซับการปฏิบัติหน้าที่ข้าราชการตำรวจของคุณอา (ร.ต.ท.ธนู เพ็ชร์น้อย) มานาน “คุณอาคือไอดอลของผึ้งค่ะ เป็นแรงบันดาลใจให้ผึ้งอยากเดินตามรอย อยากทำงานช่วยเหลือคนอื่น ได้สร้างประโยชน์ให้ส่วนรวม” แต่ก่อนจะเดินทางมาสวมเครื่องแบบโปลิศสาวในวันนี้ เธอเรียนจบชั้นมัธยมจากโรงเรียนอัมพวันวิทยาลัย จ.สมุทรสงคราม ก่อนก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยที่ ม.ราชภัฏสวนสุนันทา จบปริญญาตรีคณะศึกษาศาสตร์ เอกนาฏศิลป์ไทย “มันไม่มีอะไรเกี่ยวกันทั้งนั้นแหละค่ะ (หัวเราะ) สมัยเรียนนาฏศิลป์ผึ้งก็เป็นนางรำนุ่งผ้าแดงทั้งวัน (หัวเราะหนักกว่าเดิม) แต่ถ้าจะให้ย้อนอดีตไปว่าทำไมเราถึงเลือกเรียนเอกนาฏศิลป์ มันก็เป็นเพราะผึ้งเคยเป็นยุวศิลปินมาก่อนค่ะ สมัยอยู่อัมพวาเราได้ทุนของมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ฯ ก็ได้เรียนรำ เรียนโขน จนในที่สุดก็ได้โควต้ามาเข้าเอกนาฏศิลป์ที่สวนสุนันทา”

“ลึกๆ แล้วความฝันของผึ้ง…ผึ้งอยากเป็นตำรวจมาตลอดชีวิต”

 อยากจับผู้ร้ายตั้งแต่เด็ก

“ใช่ค่ะ นั่นคือที่เราคิดไว้ (หัวเราะ) แต่พอโตขึ้นก็รู้ว่าในอาชีพตำรวจมันมีหลายสายงานนะ และจากวุฒิการศึกษาเรา จากประสบการณ์เรา ที่พอมีความรู้ทางด้านเทคโนโลยี เข้าใจเรื่องการวิเคราะห์เชื่อมโยงข้อมูล และการทำงานของเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ผึ้งก็เลยได้มาทำในส่วนงานสนับสนุนข้อมูล ป้อนข้อมูลต่างๆ ให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตำแหน่งปัจจุบันคือรองสารวัตรฝ่ายอำนวยการ 1 กองบังคับการอำนวยการ สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารค่ะ”

“แต่…ทุกวันนี้ไม่ได้ทำงานในหน่วยของตัวเองเล้ยยยย (หัวเราะ) กลายเป็นว่าผึ้งถูกดึงมาช่วยราชการที่สำนักงานผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อยู่กับพลตำรวจโท วิสนุ ปราสาททองโอสถ ซึ่งท่านดูแลงานปราบปรามในภาค 3 และภาพ 4 เนื้องานหลักๆ ตอนนี้ก็เลยเป็นการออกตรวจราชการ ได้นั่งเฮลิคอปเตอร์ไปกับนาย ไปตรวจพื้นที่ภาคอีสานทั้งหมด เวลามีคดีสำคัญๆ เราก็ต้องไปหมด” เธอพูดถึงเนื้องานที่รักด้วยแววตามุ่งมั่น

นางฟ้าในขบวนจักรยานยนต์เกียรติยศ

“ค่ะ (ยิ้มหวาน) ช่วงหลังมานี้ผึ้งมีโอกาสไปช่วยงานของกองบัญชาการตำรวจสันติบาลด้วย คือเราไปขอสมัครเองนะ (หัวเราะ) ก็ได้ทำหน้าที่ขี่รถในขบวนจักรยานยนต์เกียรติยศนี้ ซึ่งงานหลักคือเอาไว้รับแขกบ้านแขกเมือง และก็มีที่ออกไปขี่ช่วยงานภาคสังคม งานประชาสัมพันธ์บ้าง ตอนนี้เลยกลายเป็นว่าวันหยุดเราก็ขี่ ในหน้าที่เราก็ได้ขี่อีก ทำให้ผึ้งขี่บิ๊กไบค์ได้แน่นขึ้นเยอะ”

ผู้หมวดคนสวยกระซิบว่าภารกิจนี้ต้องเรียกว่า “ฝันที่เป็นจริง” เพราะด้วยความที่รักมอเตอร์ไซค์อยู่แล้ว เธอแอบเล็งมาตลอดว่าวันหนึ่งได้เป็นตำรวจ เธอจะต้องหาทางไปอยู่ในขบวนเกียรติยศนี้ให้ได้!

“ขบวนรถฮาร์เล่ย์เดวิดสันนี้เป็นตำนานหน้าหนึ่งของไทย
เพราะในอดีตตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 7
ตำรวจสันนิบาลมีหน้าที่ขี่รถนำขบวนให้พระมหากษัตริย์
ถือเป็นขบวนเทิดพระเกียรติที่ทุกคนภูมิใจ”

“แต่ปัจจุบันนี้ได้มีการปรับเปลี่ยนโดยกองบัญชาการตำรวจนครบาลได้เข้ามารับหน้าที่ (นำขบวนพระมหากษัตริย์) แทน และเขาเปลี่ยนไปใช้รถ BMW กับตำรวจผู้ชายล้วน ขบวนรถ Harley-Davidson ของสันนิบาลก็เลยถูกนำมาใช้ในงานพิธีสำคัญๆ เช่นเวลามีแขกบ้านแขกเมือง มีประมุขหรือกษัตริย์ของต่างประเทศมา เราก็จะใช้ขบวนเกียรติยศนี้เป็นรถนำให้”

“งานส่วนใหญ่จะเป็นงานประชาสัมพันธ์ของสำนักงานตำรวจ เช่นที่งาน Bangkok Motorbike Festival เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2561 ที่ผ่านมา แล้วก็งานอื่นๆ ที่เราคิดว่าจะช่วยเผยแพร่ให้คนทั่วไปได้รู้ว่าตำรวจไทยเรามีขบวนเกียรติยศแบบนี้นะ เป็นรถที่เคยใช้ถวายอารักขาใกล้ชิดกับพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ เราก็อยากให้คนไทยได้เห็นได้สัมผัสตรงนี้” หญิงสาวกล่าวอย่างภาคภูมิใจ

“ถ้าย้อนในประวัติศาสตร์ จริงๆ ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 เมืองไทยเราจะใช้รถฮาร์เล่ย์-เดวิดสันแบบนี้เป็นรถตรวจลาดตระเวนค่ะ ซึ่งผู้ที่จะมาขี่ได้ก็ต้องได้รับการฝึกและคัดเลือกมาอย่างดี ยิ่งพอเป็นรถของตำรวจด้วยแล้วรถมันก็จะยิ่งหนัก เพราะต้องมีอุปกรณ์อะไรต่างๆ นานาอีกหลายชิ้น…คันหนึ่งจะหนักประมาณ 400 กิโลได้”

หมวดผึ้งเล่าว่าเธอเองก็ต้องไปผ่านการฝึกมาหลายสนาม แต่ด้วยความที่ใฝ่ฝันอยากจะเป็นหนึ่งในขบวนมอเตอร์ไซค์เกียรติยศนี้มานาน เธอก็ทำจนได้ “ผึ้งมายืนเกาะยืนส่องอยู่แถวโรงเก็บรถฮาร์เล่ย์นี้บ่อยมาก จนผู้การฯ มาถามว่าอยากขี่เหรอ ขี่เป็นไหม เขาอยากหาตำรวจผู้หญิงมาร่วมทีมเหมือนกัน… เราก็ตอบทันทีว่าเราขี่เป็น! ทั้งๆ ที่ตอนนั้นยังไม่เป็นหรอก (หัวเราะ)” ผู้การฯ ท่านนั้นเลยเปิดช่องให้รองสารวัตรสาวมาลองฝึกหัดดู โดยฝึกกับ Honda 500X ก่อน “ผึ้งก็มาหัดทุกวันนะคะ ขี่ล้มขี่ล้มอยู่นั่น (หัวเราะร่วน) จนเขาจับได้ว่า…อ้าว! ขี่ไม่เป็นนี่นา ยัยนี่โกหก”

“จุดประสงค์ของการขี่รถพวกนี้ไม่ใช่การขี่เร็ว
ขี่เร็วใครก็ขี่ได้ แต่ปัจจุบันเราขี่เพื่อนำขบวนบุคคลสำคัญ
เราต้องขี่แบบสง่างามและคำนึงถึงความปลอดภัยของ VIP เป็นหลัก”

ฟิตๆ ในไลฟ์สไตล์ตำรวจ

หมวดผึ้งมองว่าข้อดีของชีวิตข้าราชการคือมีชั่วโมงทำงาน (โดยทั่วไป) ที่ชัดเจน ซึ่งทำให้เธอบริหารเวลาดูแลตัวเองได้ดีและทุ่มเทกับแพชชั่นส่วนตัวได้ “ข้าราชการตำรวจทั่วไปก็เข้างานแปดครึ่งเลิกงานสี่ครึ่งค่ะ แต่ปัจจุบันผู้บังคับบัญชาของผึ้งท่านเป็นคนที่มาทำงานเช้า เราก็จะมาเช้าตามนายไปด้วย เจ็ดโมงผึ้งก็ถึงที่ทำงานแล้ว จะมาถึงก่อนเจ้านายนิดหน่อย และกลับบ้านหลังเจ้านายนิดนึง” เธอเล่ายิ้มๆ ถึงทัศนคติการทำงานที่พร้อมทุ่มเท “ถ้าไม่ติดภารกิจข้างนอก เวลาอยู่ที่ทำงานผึ้งก็จะทำแต่งานจริงๆ นะคะ และเราก็อยากเป็นคนที่ช่วยเหลือคนอื่นได้เยอะๆ ด้วย

“…เช่นเมื่อปลายปีที่แล้วมีเหตุการณ์ฉุกเฉินคือผู้ชายคนหนึ่งเขาปีนขึ้นไปบนเสาวิทยุของตึกสารสนเทศ ต้องการเรียกร้องให้ตำรวจไปตามหาภรรยาเขา …ภรรยาหนีไป เขาเกิดความเครียดเลยมาปีนเสาวิทยุที่นี่ ตอนนั้นผึ้งก็เป็นคนขึ้นกระเช้าไปเจรจาให้เขายอมลงมาจ้าา …ปีนอยู่เจ็ดชั่วโมง มีทีมเจรจาขึ้นไปกี่คนก็ไม่ยอมลง เราเองสังกัดอยู่สารสนเทศฯ ก็เลยถามว่าให้เราช่วยอะไรได้บ้างไหม สุดท้ายผู้ชายคนนั้นยอมคุยกับผึ้ง และสุดท้ายเขาก็ลง” เราไม่แปลกใจว่าทำไมผู้หมวดคนนี้ถึงเป็นที่รักในสำนักงานตำรวจนัก งานนั้นทำให้เธอได้รับประกาศนียบัตรจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในฐานะข้าราชการที่ช่วยเหลือสังคม รวมถึงยังได้รับการโหวตอันดับหนึ่งจากการประกวด ‘ขวัญใจตำรวจหญิง’ ที่สามารถเป็น role model ให้กับเพื่อนๆ ในด้านปฏิภาณไหวพริบด้วย

หญิงเหล็กบนเส้นทาง IRON MAN 2018 ALL TERRAIN RALLY

หลายคนจะได้ยินข่าวดังว่าหมวดผึ้งประสบอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซค์ชนหลังการแข่งขัน IRONMAN 2018 จนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลที่จังหวัดชุมพรเมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา (เราดีใจเป็นที่สุดที่รู้ว่าเธอปลอดภัย กำลังพักฟื้น ดูแลร่างกายให้แข็งแรง และพร้อมจะกลับมาทำงานในเร็ววันนี้) แต่ก่อนหน้านั้นผู้หมวดได้พูดคุยกับเราเล็กน้อยถึงความตื่นเต้นท้าทายที่ทำให้เธอตัดสินใจเข้าร่วมการแข่งขันดังกล่าวเป็นปีที่สองติดต่อกัน

“ขี่เร็วไปก็ไม่ได้ ช้าไปก็ไม่ได้ แอบจอดก็ไม่ได้อีก เขาจะมีอุปกรณ์ติดที่รถเรา ถ้าหยุดรถเกิน 5 นาทีเขาจะหักแต้ม มันยากตรงนี้ …ปีนี้มีผู้หญิงเข้าแข่งขัน 6 คน และผึ้งเป็นหนึ่งในนั้น”

“หัวใจสำคัญของการแข่ง IRON MAN ไม่ใช่เรื่องความเร็ว
แต่อยู่ที่การวางแผน เป็นการขี่ทางไกลระยะเวลารวม 24 ชั่วโมง
โจทย์คือเราต้องบริหารเวลาที่จะไปถึง 8 สเตจให้ได้แบบพอดีทั้งหมด”

เราถามว่าต้องฟิตแค่ไหนถึงจะแข่งรถ 24 ชั่วโมงได้ หมวดผึ้งตอบชัดถ้อยชัดคำว่า “ต้องฟิตค่ะ แต่ผึ้งออกกำลังกายประจำอยู่แล้ว เป็นคนแอ๊คทีฟตลอดชีวิต (หัวเราะ) ถ้าไม่ติดงานก็วิ่งทุกเย็น ระยะทาง 6 กิโล แล้วก็มีตีปิงปองด้วย ผึ้งเคยเป็นนักกีฬาปิงปองระดับเขตนะ” ผู้หมวดบอกว่าเพราะเธอรู้ตัวเองดีว่าชอบขี่รถทางไกลเดียว จึงต้องอาศัยสัญชาตญาณและดูแลตัวเองให้ดีที่สุดเสมอ

“เราต้องแข็งแรงค่ะ จะได้ไม่แพ้ผู้ชาย” เธอปิดท้ายกับเราด้วยเสียงหัวเราะ กับรอยยิ้มหวานๆ

เรื่อง: วิสาข์ สอตระกูล
ภาพ: Jamwatt Wattapp, Pe Chuenchoophol

SHARE
Story teller / Daughter / Sister / Lover / Daydreamer นักเขียน นักสัมภาษณ์ และบรรณาธิการอิสระ