เริ่มต้นจากการรวมกลุ่มกันหลวมๆ ของผู้ที่หลงใหลมอเตอร์ไซค์แนว Japanese Sport Retro เติบโตสู่การเปิดเพจของสมาคมคนบ้ารถคลาสสิกจากยุคสมัยเดียวกัน พวกเขาแบ่งปันเรื่องราวและความงามของรถเทพๆ จากยุค 80s – 90s กันในเพจนี้ เพื่อปลุกปั่นแรงบันดาลใจและเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างมนุษย์พันธุ์เดียวกัน

…นี่คือที่มาของ Old Timer Suite – ห้องสวีทของคนบ้ามอเตอร์ไซค์ญี่ปุ่นย้อนยุค!

(จากซ้ายไปขวาบน) มิก – อารักษ์ สรธิติไกร, เจี๊ยบ – ชัยวัฒน์ สิงหะ, เม้ง – พลวัฒน์ ศุภภัทรเศรษฐ์, ดิว – ภาณุ ศรีรัตนประภาส, จ๊อบ – วิศรุต ศรีรัตนประภาส, เจิ้น – ทัชพงษ์ ศรีวิไล, ก้อง – วิศว ศรีรัตนประภาส, ไก่ – ธรรมรัตน์ ชมะรัตน์, ช้าง – มนต์ชัย วุฒิชัยคุณานนท์ / (จากซ้ายไปขวาล่าง) หนุ่ย – ธเนศ อมาตยกุล, Frank Morris

เช้านี้อากาศดี ชาวแก๊ง Old Timer Suite รวมกลุ่มกันแถวย่านพระราม 3 เพื่อโชว์รถ Japanese Sport Retro ที่แต่งกันมาในแบบออริจินัลแท้ๆ ให้เราได้ชมเป็นบุญตา พี่ก้อง – วิศว ศรีรัตนประภาส, พี่ดิว – ภาณุ ศรีรัตนประภาส และ พี่ช้าง – มนต์ชัย วุฒิชัยคุณานนท์ ชวนเรานั่งจิบกาแฟพูดคุยในฐานะตัวแทนของกลุ่ม เพื่อจะเล่าถึงความหลงใหล คาแรกเตอร์รถ และตัวตนสนุกๆ ของพวกเขาในวันนี้

พี่ก้องเปิดฉากเล่าเป็นคนแรก “จริงๆ เราเริ่มต้นจากการวมกลุ่มขี่รถด้วยกันก่อนครับ ชื่อว่ากลุ่ม Snail Rider เพราะเราขี่ช้า (หัวเราะ) ต่อมาพอคิดจะทำเพจจริงจังถึงค่อยมาตั้งชื่อใหม่ว่า Old Timer Suite ซึ่งตอนแรกเราคิดจะแชร์เนื้อหาเกี่ยวกับรถเก่า ของเก่า รสนิยมคลาสสิกต่างๆ เลยชอบคำว่า Old Timer แต่ทำไปทำมาก็มีแต่เรื่องรถมอเตอร์ไซค์นี่แหละนะ (หัวเราะ) ส่วนเพจมันก็เหมือนพื้นที่สมมติพื้นที่หนึ่งใช่ไหม ที่เรามีเพื่อนๆ เข้ามาแฮงเอาท์มาพูดคุยกันได้ เราเลยสมมติให้มันเป็นห้องโรงแรม เป็นห้องสวีท – Suite ก็เลยมาลงตัวที่ชื่อนี้ครับ” เขาย้อนเล่าถึงที่มาของเพจดังและชาวคณะที่กำลังเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ

‘ผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ’ ตำนานความคูลของวัยรุ่นยุค 90s

ยากที่จะปฏิเสธว่าในช่วงต้นทศวรรษ 90s ของเมืองไทย ‘พี่หลิว’ หรือหลิวเต๋อหัว พระเอกหนุ่มฮ่องกงจากภาพยนตร์เรื่อง ผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ (A Moment of Romance) คือภาพฝันที่เด็กหนุ่มทุกคนยกย่องให้เป็นต้นแบบของความเท่ และฉากซิ่งมอเตอร์ไซค์สุดกระชากใจของพี่หลิวในหนังเรื่องนั้น ก็ได้กลายเป็นภาพจำของวัยรุ่นยุค 90s ที่ทำให้รถแนว Japanese Sport Retro โดยเฉพาะ Suzuki RG 500 กลายเป็นตำนานแห่งความคูลที่ไม่มีวันเสื่อมสลาย

พี่ก้องเล่าต่อว่าคาแรกเตอร์ของรถ Japanese Sport Retro นั้นยังมีอีกหลายเรื่อง เช่น การมีไฟหน้าคู่ติดตั้งเป็นครั้งแรก “ถ้าย้อนไปสมัยปี 80s นะครับ ตอนนั้นมอเตอร์ไซค์ที่ใช้ไฟหน้าคู่ถือว่าประหลาดมาก จะโดนตำรวจเรียกประจำ เพราะมอเตอร์ไซค์ยุคก่อนเขากำหนดว่าต้องมีไฟหน้าดวงเดียวไง (หัวเราะ) อีกเรื่องคือมันจะเป็นรถที่มี fairing เสมอ (มีโครงครอบด้านข้าง) ข้อดีคือช่วยเรื่อง aerodynamic แต่ก็มีข้อเสียเหมือนกันสำหรับเมืองไทย นั่นคือรถจะร้อนง่าย ความร้อนมันอบอยู่ข้างในนั้น” นอกจากนั้นก็ยังมีเรื่องของเครื่องยนต์ 4 สูบตั้ง (Inline-four engine) ที่เป็นจุดเด่นของรถญี่ปุ่นยุคนั้น เสียงเครื่องยนต์จะฟังเพราะ มีความทนทาน ดูแลง่าย เป็นจุดขายสำคัญ

“เอกลักษณ์หนึ่งของรถ Japanese Sport Retro
คือจะมี fairing เป็นส่วนประกอบในดีไซน์”

สมาชิกในแก๊งค์เราเกือบทุกคนจริงๆ คือขี่รถอื่นมาก่อนหมดนะครับ อย่างผมกับพี่ช้างนี่เราสนิทกันเพราะขี่มังกี้ (Honda Monkey 50cc) ส่วนเพื่อนคนอื่นเขาก็ขี่ฮาร์เล่ย์บ้าง ไทรอัมพ์บ้าง บีเอ็มบ้าง แต่ลึกๆ แล้วคุณเชื่อมั้ย ผู้ชายวัยเรามันจะมีต่อมหนึ่งที่เหมือนกัน คือเราแอบๆ ชอบมอเตอร์ไซค์ Japanese Sport Retro กันหมดแหละ เพราะเราโตมากับ ผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ เหมือนกัน”

ช้าง – มนต์ชัย วุฒิชัยคุณานนท์ : Honda Clubman GB400 Mark II

พี่ก้องยิ้มกว้างก่อนจะบอกว่าเขาลองชวนเพื่อนๆ กลุ่มแรกให้หันมาเล่นรถญี่ปุ่นย้อนยุคแบบนี้ เพราะมีคนรู้จักอยู่คนหนึ่งที่ทำรถสไตล์นี้ได้เนี้ยบมาก “รถทุกคันในกลุ่มเรามาจากฝีมือ พี่หนุ่ย – ธเนศ อมาตยกุล คนเดียวนี่แหละครับ ต้องยกเครดิตให้เขา พวกผมแค่ไปหาซื้อซากรถเก่ามา ที่เหลือคือเป็นหน้าที่ของพี่หนุ่ยที่เขาจะค่อยๆ ตามหาอะไหล่แท้จากญี่ปุ่นมาให้ เป้าหมายคือเราจะคืนชีพมันให้กลับไปเหมือนในวันแรกที่คลอดออกมาบนโลก”

หนุ่ย – ธเนศ อมาตยกุล : Suzuki GSXR 1100F

“เป้าหมายการคืนชีพรถของพวกเรา
คืออยากทำให้มันกลับไปเหมือนออริจินัลมากที่สุด”

“แม้กระทั่งท่อไอเสียเราก็ไม่เปลี่ยนนะครับ จะต้องควานหาให้ตรงรุ่น รถคันหนึ่งพี่หนุ่ยเขาจะใช้เวลาทำราวหกเดือนถึงหนึ่งปี เพราะต้องการจะเรียกจิตวิญญาณเดิมๆ ของมันกลับมาให้ได้” พี่ช้างพูดเสริมอย่างชื่มชม

ก้อง – วิศว ศรีรัตนประภาส : Honda CB750 F2

รถซิ่งของยุค 80s สู่รถไลฟ์สไตล์ของวันนี้

“ที่ผมขี่มาวันนี้คือรถ Sport Touring ครับ ขี่ได้สบายๆ” พี่ก้องบอก แต่จะว่าไปแล้วรถที่ชาว Old Timer Suite ขี่มาโชว์พวกเราในวันนี้ ทั้งหมดก็เคยถือเป็นรถแนว performance ตามยุคสมัยของมัน แต่ถ้าพูดกันวันนี้ล่ะก็ แต่ละคันก็ไม่ได้ถือเป็นรถที่ซิ่งมาก มีไว้ขี่กันแบบสบายๆ มากกว่า “วันนี้เรามาเกือบครบทุกแบรนด์นะครับ ทั้งฮอนด้า ยามาฮ่า คาวาซากิ ซูซูกิ ครบสี่ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นเลย” พี่ช้างชี้ชวนให้เราดูภาพบรรยากาศการสังสรรค์ยามเช้าผ่านกระจกบานกว้างของร้านกาแฟ

“ทุกวันนี้เราใช้ขี่ไปแฮงเอาท์กันวันหยุด
นัดกินกาแฟกันตอนเช้า มันกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ไปแล้ว”

เจี๊ยบ – ชัยวัฒน์ สิงหะ : Yamaha FZR1000 EXUP

“รถเก่าทำให้เพื่อนเกาะกลุ่มกันเหนียวแน่นดี” พี่ก้องสรุป “อย่างเช่นพี่เจี๊ยบ 8080 Cafe (ชัยวัฒน์ สิงหะ) นี่คือเหยื่อล่าสุดของพวกเรา (หัวเราะ) จริงๆ พี่เจี๊ยบเขาเล่นแต่รถยุโรปมาตลอด แต่พอมาเจอเราปั่นหัวบ่อยๆ เข้าเขาก็เริ่มอิน จนกระทั่งมาเห็นรถที่พวกเราพยายามทำกันแบบออริจินัลที่สุด เขาก็รู้สึกสนุกด้วย”

นอกจากนัดเจอกันกินกาแฟแล้ว ชาวคณะ Old Timer Suite ยังออกทริปด้วยกันบ้างเป็นบางโอกาส โดยที่ผ่านมาจะเน้นขี่ไปในเขตจังหวัดใกล้ๆ ก่อน เพราะด้วยอายุอานามและสมรรถนะของรถหลายๆ คันแล้ว ก็คงยากที่จะกลับมาฟิตเต็มร้อย “ในอนาคตเราก็มีแผนจะออกทริปไกลๆ ด้วยกันครับ แต่ต้องรอความพร้อมของรถทุกคันก่อน ตอนนี้เราลองวิ่งไปจังหวัดใกล้ๆ เช่นนครนายก ถ้าเกิดรถใครมีปัญหาก็จะได้กลับมาแก้ไขให้จบ” หมุดหมายของกลุ่ม Old Timer Suite คือการได้วิ่งทริปยาวด้วยกันไปยังจังหวัดเชียงราย สุดขอบชายแดนไทยทางภาคเหนือ ก่อนจะทยอยเก็บแต้มกันต่อไปในภูมิภาคอื่นๆ ของประเทศ

จ๊อบ – วิศรุต ศรีรัตนประภาส : Suzuki GSX-R250

แฟชั่นของนักบิดแจแปนิสเรโทร

มาถามถึง dress code ของไบเกอร์สาย Japanese Sport Retro กันบ้าง พี่ช้างผู้ซึ่งรับหน้าที่จัดคอสตูมให้เพื่อนๆ หัวเราะชอบใจก่อนจะเล่าว่าที่ผ่านมาเขาอาสาทำหน้าที่จัดชุดและแอคเซสซอรีให้เพื่อนในกลุ่มมาแล้วหลายคน “จะขี่รถรุ่นไหนมันก็ควรจะแต่งตัวให้เข้ากับรถด้วยนี่ครับ” พี่ช้างว่า “ผมจะชอบหาข้อมูลเก็บไว้ว่ารถรุ่นนั้นรุ่นนี้ นักแข่งเขาแต่งตัวกันยังไง ในยุคนั้นเขาใส่ชุดสีไหน หมวกกันน็อคอะไร คือผมสนุกที่จะตามหาสิ่งที่มันสะท้อนความออริจินัลในด้านแฟชั่นด้วย พอหาได้ตรงรุ่นก็บังคับให้เพื่อนซื้อ” (หัวเราะ)

“ที่เราให้เพื่อนแต่งตัวตรงยุค เพราะเราอยากเห็นภาพที่สมบูรณ์
ถ้าจะมีแพชชั่นต่อความออริจินัลอย่างแท้จริงแล้ว
ก็ต้องไม่ใช่แค่รถ ต้องทุกอย่าง”

เม้ง – พลวัฒน์ ศุภภัทรเศรษฐ์ : Honda VFR400 NC30

พี่ก้องแซวพี่ช้างว่า “คนนี้เขารู้ลึกรู้จริงเรื่องคอสตูมครับ ยกตัวอย่างหมวกใบนี้เขาก็จัดมาให้ เราเองไม่ได้จะซื้อ แต่เขาบอกเราต้องซื้อ มันตรงกับรุ่นรถเรา สมัยก่อนนักแข่งคนนี้เขาใช้ ลองดูรายละเอียดสิ รูปทรงแบบนี้มันไม่มีผลิตแล้วเห็นไหม ฯลฯ ผมก็ครับๆๆ จ่ายค่าหมวกวินเทจไปหลายอยู่” (หัวเราะ)

แต่ยิ่งฟังพี่ช้างเล่า ก็ยิ่งสัมผัสได้ว่าเขามีแพชชั่นกับรายละเอียดและสิ่งละอันพันละน้อยจริงๆ รู้แม้กระทั่งถึงแพทเทิร์นของเสื้อผ้าว่าเป็นของทีมแข่งไหนในอดีต แม้จะมีสีเหมือนกัน เขาก็ยังแยกออกได้ เช่น สีแดง-ขาว-น้ำเงินแพทเทิร์นนี้ของฮอนด้า แพทเทิร์นนั้นของยามาฮ่า ฯลฯ “ฉะนั้นถ้าแพทเทิร์นผิดไป พี่ช้างก็ไม่สนับสนุนให้ใส่มั่วนะครับ” พี่ก้องยังคงแซวพี่ช้างอย่างต่อเนื่อง

Frank Morris : Honda NSR250 SP Rothmans

‘ของมันต้องมี’ คำสาปที่อยากโดน 

“รถพวกนี้จะไม่ใช่รถคันแรกของใครหรอกครับ” พี่ๆ ทั้งสองบอกตรงกัน และจริงๆ แล้วสมาชิกทุกคนในกลุ่ม Old Timer Suite ก็ล้วนมีรถคันอื่นที่ใช้ประจำหรือที่สะสมกันไว้ก่อนอยู่แล้ว แต่พวกเขาก็ยอมรับว่ารถสไตล์นี้ ‘มีเสน่ห์’ ที่ทำให้ชีวิตได้เปิดรับเพื่อนใหม่ๆ เข้ามาเป็นสีสัน

“การเล่นรถคลาสสิกมันทำให้เราได้เพื่อนนะ
เพราะมันมีคอมมูนิตี้ที่ค่อยๆ เติบโตขึ้น
พวกเราเริ่มนัดกันทุกวีคเอนด์เป็นประเพณี”

ดิว – ภาณุ ศรีรัตนประภาส : Yamaha FZR400

ซึ่งด้วยความที่พี่ก้องเป็นคนรักรถเรโทรญี่ปุ่นเอามากๆ เขาจึงทุ่มเทพลัง ‘บิ๊วด์’ เพื่อนผองน้องพี่รอบๆ ตัวให้ยอมเปิดใจและมีรถสไตล์นี้ไว้ในคอลเล็กชั่นกันคนละคัน พี่ดิว – ภาณุ เพิ่งแวะมาร่วมในวงสนทนากับเราในตอนนี้ เขาย้ำว่านอกจากอาการขยันบิ๊วด์ของพี่ก้องที่มากรอกหูอยู่ตลอดว่า ‘ของมันต้องมี’ แล้ว ที่เขาตัดสินใจร่วมปลุกปั้น Old Timer Suite ขึ้นมาก็เป็นเพราะความเทพของ พี่หนุ่ยคนทำรถประจำกลุ่มที่ลึกซึ้งกับทุกอย่างจนเขานับถือ

“ผมยกย่องเขาเป็นกูรูเลยนะ คือไม่ได้รู้ขาดแค่เครื่องยนต์หรือชิ้นส่วน แต่รู้แม้กระทั่งกับสติ๊กเกอร์เล็กๆ เขาบอกได้หมดว่ารุ่นไหนต้องใช้การทำสี รุ่นไหนต้องใช้สติกเกอร์ และจะหาของเหล่านั้นได้จากที่ไหน ที่สำคัญเขาจะมีช่างในใจอยู่แล้วสำหรับรถแต่ละคันแต่ละยี่ห้อที่กำลังปลุกชีพขึ้นมา” พี่ดิวบอกว่าเพราะช่างแต่ละสำนักล้วนเก่งกันคนละทาง แม้จะเป็นรถสัญชาติญีปุ่นเหมือนกัน แต่ทุกคัน ทุกยี่ห้อ ก็ยังมีดีเทลที่แตกต่างกันไปอีก คนทำรถตัวจริงจึงต้องรู้ว่าควรจะพาคันไหนไปหาหมอคนไหน เพื่อจะคืนชีพมันขึ้นมาในแบบออริจินัลที่สุด “เช่นถ้าเป็นรถปี 90 ขึ้นไปพี่หนุ่ยเขาจะไปหาช่างคนนี้ แต่ถ้าเป็นรถซูซูกิรุ่นนี้เขาจะไปหาอีกคน อะไรอย่างนี้เป็นต้นครับ” พี่ดิวสรุป

เจิ้น – ทัชพงษ์ ศรีวิไล : Kawasaki ZXR400

เราปิดท้ายชั่วโมงกาแฟกับพี่ๆ กลุ่ม Old Timer Suite ด้วยคำคมจากพี่เจี๊ยบ 8080 ที่เดินเข้ามาสมทบ “พี่ว่าความสนุกของการเล่นรถเก่ามันเหมือนการได้เจอเนื้อคู่นะ คือมันไม่ใช่แค่คุณมีเงินแล้วจะมีรักได้ แต่มันต้องอาศัยโชคชะตา เวลาศึกษาดูใจ และความพร้อมที่จะฝ่าฟันอุปสรรคไปด้วยกันทุกสถานการณ์”

ประโยคที่พี่เจี๊ยบพูดขึ้นมานี้ฟังชวนฝันทีเดียว ทำให้นึกตามไปได้ทั้งในบริบทของรถ ของเพื่อน และของคนรัก …แต่ความทรงจำแสนโรแมนติกทั้งหลายบนโลกใบนี้ ล้วนเกิดขึ้นและคงอยู่เป็นนิรันดร์ได้ก็ด้วยประการฉะนี้

ติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่ม Old Timer Suite ได้ที่ Facebook: Old Timer Suite
ขอบคุณสถานที่: Int-Intersect Rama3

มิก – อารักษ์ สรธิติไกร : Honda V45 Magna

SHARE
Story teller / Daughter / Sister / Lover / Daydreamer นักเขียน นักสัมภาษณ์ และบรรณาธิการอิสระ