การเข้าโค้งด้วยมอเตอร์ไซค์มีหลายแบบขึ้นอยู่กับสถานการณ์ต่างๆ ซึ่ง Countersteering เป็นเทคนิคพื้นฐานของการขับขี่มอเตอร์ไซค์ หากได้ฝึกฝนจนชำนาญแล้วล่ะก็ คุณจะพบว่าการพลิกเข้าโค้งหรือเปลี่ยนเลนด้วยมอเตอร์ไซค์ที่มีน้ำหนักมากอย่างบิ๊กไบค์นั้นช่างง่ายดายเหลือเกิน

Countersteering หรือ ‘การเลี้ยวแบบตรงกันข้าม’ อธิบายง่ายๆ ก็คือการผลักแฮนด์บาร์ ไปในทิศทางตรงกันข้ามกับโค้งที่เราจะเลี้ยวนั่นเอง ซึ่งตามหลักวิทยาศาสตร์ก็คือ ล้อรถจะรักษาสภาพการเคลื่อนที่ไว้เสมอตราบใดที่ยังมีแรงเคลื่อนที่อยู่ เช่นเดียวกับเมื่อเหรียญบาทที่กำลังกลิ้งอยู่หมดแรง ถ้ามันบิดไปทางขวาก็จะล้มซ้าย ถ้าบิดซ้ายจะล้มขวานั่นเอง และถ้าสังเกตุดีๆ เวลาเข้าโค้งจังหวะก่อนที่เราจะเลี้ยวเพียงเสี้ยววินาทีนั้น แฮนด์รถจะหักสวนทางเสมอ

Photo Credit: Cycleworld

การจัดวางท่าทางในการขับขี่

ก่อนอื่นให้วางแขนไปข้างหน้าขนานกับพื้นอย่างผ่อนคลายทำองศาตั้งฉากกับแฮนด์บาร์ ซึ่งท่าการขับขี่แบบนี้มีข้อดีหลายประการ

สิ่งแรกคือ เมื่อคุณเจอผิวถนนที่ขรุขระ ซึ่งจะทำให้แฮนด์บาร์เคลื่อน หากคุณเกร็งข้อมือและจับแฮนด์แน่นเกินไปจะทำให้เกิดอาหาร ‘ต้าน’ รถ ซึ่งคุณควรจะปล่อยให้มันเคลื่อนตัวเล็กน้อย (กำแฮนด์แบบผ่อนคลาย ไม่ควรกำหลวมหรือแน่นจนเกินไป)

หากคุณกำแฮนด์แน่นเกินไป การเคลื่อนไหวของร่างกายจะเกร็งตามไปด้วย เมื่อใดที่ช่วงหน้าได้รับการสะเทือนจากพื้นถนน จะทำให้แรงสะเทือนไปถึงทุกส่วนของร่างกาย และจะทำให้การบังคับเลี้ยวและเข้าโค้งแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งการผ่อนคลายแขนจะลดความเมื่อยล้าได้มาก เพราะคุณไม่ต้องสู้กับแรงที่เกิดขึ้นกับช่วงหน้ารถนั่นเอง

สำหรับวิธีการผ่อนคลายแขนนั้น ให้ใช้ด้านในของหัวเข่าและต้นขาหนีบกับถังน้ำมัน และล็อคส้นเท้ากับที่พักเท้า ซึ่งควรจะเคลื่อนตำแหน่งเท้าเมื่อคุณต้องการให้มีพื้นที่สำหรับการเข้าโค้งมากขึ้น (ground clearance) เท่านั้น และไม่ควรขี่โดยให้ตำแหน่งหัวแม่เท้าวางบนที่พักเท้า

การใช้เทคนิค Countersteering ในรายการแข่งขัน Motogp

เมื่อคุณเข้าโค้ง คุณต้องสร้างสมดุลระหว่างแรงโน้มถ่วงกับแรงปฏิกิริยาที่กระทำต่อตัวรถ โดยการควบคุมความเร็วและองศาการเข้าโค้ง เมื่อใดที่คุณเอียง แรงโน้มถ่วงจะดึงรถคุณลงไปที่พื้น ซึ่งความเร็วที่คุณใช้จะเป็นการเพิ่มหรือลด cornering force หรือแรงยึดเหนี่ยวที่เกิดขึ้นจากแรงเสียดทานระหว่างยางกับพื้นถนน ซึ่งมันจะทำให้รถของคุณตั้งตรงนั่นเอง

เมื่อคุณผลักแฮนด์รถจะเอียงไปในทางที่คุณผลัก และยิ่งคุณผลักแฮนด์นานแค่ไหนรถก็จะเอียงนานเท่านั้น และเมื่อคุณผลักแฮนด์จนได้องศาที่คุณต้องการแล้วปล่อยแรงผลัง รถจะอยู่ในไลน์การเข้าโค้งเดิม

ดังนั้นก่อนที่คุณจะเข้าโค้ง ควรจะวางแผนและแต่งตัว (จัดท่าทาง) ก่อนทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการเบรค , จุด Apex (‘จุดปลายโค้ง’ หมายถึงจุดที่เข้าโค้งแล้วอยู่ด้านในสุดของโค้ง) และทางออกโค้ง ซึ่งหลักการนี้จะทำให้การเข้าโค้งราบรื่นขึ้นมาก เรียกได้ว่าโค้งต่อโค้งเลยทีเดียว

นอกจากนี้ ยิ่งแขนของคุณผ่อนคลายเท่าไหร่ คุณจะยิ่งรู้สึกถึงสัมผัสยางหน้ากับพื้นถนนมากเท่านั้น ซึ่งนักแข่งจะใช้เทคนิคนี้ในการสไลด์หน้าเข้าโค้งได้อย่างชำนาญ

การเลือกใช้ Countersteering มักจะใช้ในการเข้าโค้งด้วยความเร็วที่สูงกว่าปกติ เพื่อบังคับรถให้เกิดการเอียงตัวในขณะเข้าโค้ง ทำให้วงเลี้ยวที่เกิดขึ้นมีระยะแคบลงกว่าเดิม และเข้าโค้งได้ง่ายขึ้นและเร็วมากขึ้นซึ่งเรามักจะเห็นได้บ่อยในรายการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ต่างๆ สังเกตุได้ว่า เมื่อใดที่ล้อหน้าของมอเตอร์ไซค์บิดเงยขึ้นไปในทิศทางตรงข้ามกับโค้ง นั่นหมายความว่านักแข่งได้ใช้เทคนิค Countersteering นั่นเอง

หลักการ Countersteering ในแต่ละเสต็ป / Photo Credit : wikipedia

นอกจากเราจะสามารถใช้เทคนิคนี้ในการเข้าโค้งความเร็วสูงแล้ว ยังสามารถใช้ในสถานการณ์อื่นๆ ได้อีกด้วย เช่น การหลบหลีกสิ่งกีดขวางฉุกเฉิน หรือการเปลี่ยนเลน เป็นต้น

หากสังเกตุดีๆ เราจะรู้ว่าเวลาเลี้ยวรถนั้นเราจะทำ Countersteering โดยอัตโนมัติ เพียงแต่เราไม่รู้ตัวเท่านั้นเองครับ

การฝึกฝนใช้เทคนิค Countersteering ควรหาพื้นที่โล่งๆ ที่ไม่มีผู้คนและต้องมีสภาพพื้นถนนดีเพื่อความปลอดภัย ซึ่งในช่วงเริ่มต้นเราแนะนำให้ใช้ความเร็ว 40-60 กม./ชม. เมื่อเริ่มชินแล้วจึงค่อยๆ เพิ่มความเร็วขึ้น ส่วนหัวใจของเทคนิค Countersteering ก็คือ ‘การหาจุดเชื่อมโยงระหว่างความเร็วและการผลักแฮนด์’ ถ้าคุณจับฟิลลิ่งได้แล้วล่ะก็การใช้เทคนิคนี้ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอีกต่อไปอย่างแน่นอน

เมื่อได้ผ่านการฝึกฝนจนชำนาญแล้ว คุณจะสามารถใช้เทคนิคนี้ได้แทบทุกโอกาสไม่ว่าจะเป็นการเข้าโค้งความเร็วสูง เปลี่ยนเลน สลาลอม หรือแม้กระทั่งจิมค่าน่า นับว่าเป็นเทคนิคที่มีประโยชน์และน่าเรียนรู้อย่างแท้จริง และที่สำคัญที่สุดสำหรับไบค์เกอร์ทุกท่าน “อย่าลืมเรียนคอร์สขับขี่ปลอดภัยนะครับ”

‘Broadsiding’ อีกเทคนิคที่พัฒนาต่อยอดมาจาก Countersteering หรือ ‘Drifting’ ในศัพท์วงการรถยนต์

 

เรื่อง: Victor Young