ถึงคราวได้พูดคุยกันเรื่องข้อคิดในการขับขี่ออกทริปกันบ้าง เนื่องในโอกาสที่ตอนนี้ได้เข้าสู่ช่วงฤดูกาลแห่งการออกทริปต่างจังหวัดกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พวกเราเชื่อว่าไบค์เกอร์หลายๆคนคงจะวางแผนเตรียมออกเดินทางอยู่ ไม่ก็เพิ่งกลับมาจากการเดินทาง หรืออาจขี่เที่ยวอยู่ ณ ตอนนี้เลยเป็นได้

ความสุขของชาวไบค์เกอร์อย่างพวกเราอยู่กับการที่ได้ออกเดินทาง และแน่นอนว่าไม่มีอะไรที่ทำให้พวกเรามีความสุขมากกว่าเส้นทางภูเขาอันแสนคดเคี้ยวท้าทายทักษะ ที่มาพร้อมด้วยวิวอันสวยงามและสายลมเย็นพัดผ่านหน้า แต่ในความสนุกก็ย่อมมีความเสี่ยงและอันตรายแฝงอยู่ พวกเราจึงอยากจะนำเสนอ 6 ข้อคิดและเทคนิคในการขับขี่เส้นทางภูเขาให้สนุกแล้วยังปลอดภัย

  1. คอยใช้ Engine Brake เป็นตัวช่วย อย่าใช้เพียงแค่เบรคในการหยุดหรือลดความเร็วรถ

บนเส้นทางที่เต็มไปด้วยโค้งคดเคี้ยวและทางลาดชัน แน่นอนว่าต้องมีการคุมความเร็ว เร่งเพิ่มหรือชะลอลงมากเป็นพิเศษ จึงเป็นข้อควรระวังไม่ให้ใช้เบรคมากจนเกินไปจนอาจเป็นเหตุก่อให้เกิดอาการ Brake Fade หรืออาการ ‘เบรคหาย’ ที่เกิดจากอุณหภูมิผ้าเบรคหรือจานเบรคสูงเกินกำหนด ซึ่งจะมีผลให้ประสิทธิภาพเบรคลดลงอย่างฉับพลัน

อาการนี้ควรระวังเป็นพิเศษในขณะที่ขี่ช่วงเส้นทางที่เป็น Downhill หรือขาลง เนื่องจากจำเป็นต้องลดและคุมความเร็วอยู่ตลอดเวลา พวกเราจึงอยากจะเตือนว่าอย่าลืมคอยลดเกียร์เพื่อฉุดความเร็ว ใช้ Engine Brake หรือแรงเฉื่อยของเครื่องเป็นตัวช่วยในการคุมความเร็วในขณะที่ขี่ลงเขากัน เป็นการช่วยไม่ให้เบรครับภาระหนักจนเกินไป แล้วยังช่วยประหยัดผ้าเบรคของคุณไปด้วยในตัว

Photo: Courtesy of Ducati
  1. ควบคุมไลน์ในการเข้าโค้งไม่ให้บานเข้าใกล้เส้นแบ่งกลางถนน

เนื่องด้วยโค้งหลายต่อหลายโค้งบนทางภูเขามีมุมที่อาจมองไม่เห็นหรือเป็นโค้งบอด และด้วยความที่ทางเหล่านี้มักจะโล่งแล้วรถน้อย ไบค์เกอร์หลายๆ คนจึงมากจะใส่เต็มแบนเข้า Full Line ใช้พื้นที่ถนนอย่างเต็มที่โดยบางทีอาจลืมคำนึงถึงอันตรายที่มองไม่เห็นข้างหน้าหรือรถที่วิ่งสวนทางมา

เราจึงอยากแนะนำว่าควรเผื่อระยะไว้สำหรับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ทิ้งพื้นที่จากเส้นแบ่งกลางถนนและหลีกเลี่ยงที่จะบานข้ามไปในเลนสวน เพื่อไม่ให้เป็นอันตรายเนื่องจากอาจมีรถสวนทางมาโดยที่เราไม่เห็นเนื่องจากโค้งบอด หรือไลน์และมุมโค้งที่อาจบีบคอดเข้ามาแคบเกินที่จะมองเห็นได้จากจุดเข้าโค้งนั่นเอง

นอกจากนี้แล้วควรจับตามอง Vanishing Point หรือจุดที่โค้งสิ้นสุดในสายตาเราอยู่ตลอดเวลาเนื่องจากจะสามารถปรับตัวปรับองศารถได้หากเห็นว่าไลน์โค้งมีการเปลี่ยนแปลงหรือมีรถสวนทางกินเลนฝั่งเราเข้ามา

3.หลีกเลี่ยงการวิ่งใช้ไหล่ทางหรือขอบถนน

ในส่วนนี้เป็นเรื่องของเซฟตี้และการขับขี่อย่างปลอดภัยไว้ก่อนล้วนๆ เนื่องจากไหล่ทางไม่ได้มีไว้ให้ใช้เป็นทางวิ่งอยู่แล้ว และยิ่งด้วยสภาพแวดล้อมของทางภูเขาที่มักจะมีความชื้น เต็มไปด้วยต้นไม้ และใบไม้ที่ร่วงหล่นอยู่บนพื้นผิวถนนโดยเฉพาะที่ไปกองกันอยู่บนไหล่ทางแล้ว พวกเราจึงไม่ควรที่จะไปวัดดวงและเสี่ยงกับความลื่นของกองใบไม้เหล่านั้นในขณะที่เข้าโค้ง

นอกจากนี้แล้วยังควรคำนึงถึงร่องน้ำที่อาจแอบหลบซ่อนอยู่ภายใต้กองใบไม้เหล่านั้นที่อาจทำให้รถเสียหลักได้อย่างง่ายดายเลยทีเดียว รวมไปถึงความเสี่ยงของการเสียหลักใกล้ๆ กับราวที่กั้นขอบทาง ซึ่งพอข้ามไปแล้วมักจะเป็นเหวตกลงไป

ควรเว้นระยะห่างให้เหมาะสมตามรูปแบบขบวน
  1. ทิ้งระยะจากคันหน้าให้เหมาะสม เผื่อระยะเป็นพิเศษ

อันนี้ที่จริงแล้วเป็นหลักการพื้นฐานในการขี่ออกทริปของไบเกอร์เลยก็ว่าได้ แต่ถึงอย่างนั้นพวกเรายังอยากที่จะกำชับว่าเป็นข้อที่มีความสำคัญเป็นพิเศษกับการขับขี่บนเส้นทางภูเขา เนื่องด้วยโค้งต่างๆ ที่ต่างคนจะต่างมีไลน์และความเร็วที่แตกต่างกันในการเข้าออก รวมไปถึงการเผื่อพื้นที่และระยะให้แก่รถยนต์ผู้ร่วมเส้นทางเช่นกัน

นอกเหนือไปจากนี้แล้วทางเหล่านี้ไม่ได้เป็นทางเรียบ มีเนินขึ้นลง ดังนั้นระยะเบรคของเราจะไม่เท่ากันเสมอไป จะมีการเปลี่ยนแปลงตามความชันและแนวดิ่งของเส้นทาง และแน่นอนว่าถึงจะใช้ Engine Brake จากข้อที่ 1 มาเป็นตัวช่วยแล้ว การที่ขี่เส้นทางพวกนี้ระยะทางไกลๆ โดยใช้ความเร็วก็ยังอาจเจออาการ Brake Fade เบาๆ กันได้ ซึ่งจะยิ่งส่งผลกับความไม่แน่นอนของระยะเบรคของพวกเรา จึงควรระวังและเผื่อระยะไว้ในจุดนี้เป็นพิเศษ

รู้ลิมิตทั้งรถและตัวคุณเอง / Photo: Courtesy of Ducati
  1. รู้ลิมิตทั้งรถและตัวคุณเอง

ข้อนี้เป็นเรื่องของความเพียบพร้อมและการขี่ที่เหมาะสม เป็นข้อที่หลายๆ คนอาจเผลอ เนื่องจากพยายามที่จะขี่ตามเพื่อนที่อาจขี่รถที่เหมาะสมกับเส้นทางมากกว่าหรือมีประสบการณ์ในเส้นทางสูงกว่า รถทุกคันและผู้ขับขี่ทุกคนมีความพร้อมและเหมาะสมกับเส้นทางที่แตกต่างกัน มีลิมิตที่ไม่เท่ากัน ดังนั้นเราควรจะศึกษาและรู้เอาไว้ว่าลิมิตของรถเราและตัวเรานั้นอยู่ที่จุดไหน

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของยาง ซึ่งต้องคำนึงถึงทั้งการเกาะของดอกยาง หน้ายาง และอุณหภูมิยางในขณะที่ขับขี่ หากเย็นอยู่ก็อาจเกาะไม่พอ จึงต้องวอร์มยางก่อน ไม่ก็ร้อนจนเกินไปแล้วไม่เกาะถนน หรืออาจเป็นเรื่องของ Ground Clearance รถเราด้วยก็เป็นได้ ถ้าหากว่ารถคุณเตี้ยก็จะแบนโค้งได้ไม่ลึกเท่ารถของเพื่อนคุณที่เป็นทรงสปอร์ตที่มี Ground Clearance สูงกว่า เนื่องจากพักเท้าหรือไต้ท้องรถคุณอาจขูดพื้นเสียก่อนเป็นเหตุให้เสียหลักและเป็นอันตรายได้ ไหนจะเรื่องของน้ำหนักรถอีก กับทางที่คดเคี้ยวและคับแคบแน่นอนว่าจะมีจังหวะที่ต้องพลิกรถไป-กลับซ้ายขวาอย่างคล่องแคล่วอยู่พอสมควร จึงควรจะคำนึงถึงน้ำหนักและมิติรถเป็นอย่างมากในจังหวะเช่นนี้

นอกจากนี้แล้วคุณก็ไม่ควรละเลยในส่วนของทักษะหรือความคุ้นเคยชำนาญเส้นทางด้วยเช่นกัน ถ้าหากไม่คุ้นกับเส้นทางก็ไม่ควรฝืนแล้วใส่เต็มโดยที่ไม่รู้ว่าโค้งข้างหน้าจะแคบแค่ไหน หรือจะมีการเปลี่ยนมุมไลน์กลางโค้งหรือไม่ ควรจะขี่โดยที่เผื่อเวลาและพื้นที่ให้แก้อาการได้ทันหากมีเหตุจำเป็น

หมั่นสังเกตุสภาพผิวถนนอยู่เสมอ
  1. คอยระวังสังเกตุสภาพพื้นผิวถนนตลอดเวลา

ท้ายที่สุดแล้วพวกเราอยากจะเตือนเรื่องสภาพของเส้นทาง เนื่องจากตัวคุณและรถคุณอาจพร้อมทุกอย่าง แต่ส่วนของถนนเป็นปัจจัยที่คุณไม่สามารถกำหนดได้ หลายเส้นทางนี้ต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่แปรปรวน ไม่ว่าจะความชื้นของฝน แดดที่ร้อนระอุ หรือจะลมหนาวก็ตาม รวมไปถึงการจราจรที่มีอยู่ในเส้นทางตลอดเวลา จึงเป็นเรื่องปรกติที่จะมีการเสื่อมสภาพของพื้นผิวถนนบ้าง

นอกจากนี้แล้วทางเหล่านี้ยังอาจต้องเผชิญกับเหตุดินถล่มหรือน้ำป่าไหลหลาก ซึ่งจะยิ่งส่งผลต่อสภาพพื้นผิวของเส้นทาง อีกทั้งยังควรระวังเป็นพิเศษในเรื่องความลื่นและความไม่แน่นอนของเส้นทางในขณะที่ฝนตก เนื่องจากทางเหล่านี้ไม่ได้เป็นถนนทางเรียบตรงๆ น้ำอาจไหลเชี่ยวได้ อาจมีท่วมในบางแห่ง มีผลต่อการขับขี่และการยึดเกาะถนนของรถเราเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากทางเหล่านี้โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติ ข้อควรระวังอีกข้อหนึ่งก็คือในส่วนของสัตว์ต่างๆ นั่นเอง ไม่ว่าจะสัตว์เล็กหรือสัตว์ใหญ่หากเจอกลางโค้งกลางถนนก็เป็นอันตรายต่อเราได้เหมือนกัน ควรคำนึงถึงส่วนนี้แล้วขี่เผื่อไว้สำหรับเหตุการณ์ที่ไม่อาจคาดคิดด้วย

การขับขี่บนเส้นทางภูเขานั้นควรเป็นเรื่องสนุก ควรจะเป็นเรื่องของความสุข เป็นประสบการณ์ดีๆ ที่น่าจดจำและคอยย้อนกลับไปเยือนอยู่เรื่อยๆ จึงอยากให้ทุกคนขับขี่อย่างปลอดภัยและมีความสุขไปกับมัน จะได้สนุกไปกับเส้นทางเหล่านี้ด้วยกันไปนานๆ ครับ

เรื่องโดย: Gunn Vroom Supavatanakul

Photo Credit: http://thebikeshed.cc/2015/02/25/yamaha-xjr1300-sport-heritage/