การขับขี่มอเตอร์ไซค์คันใหญ่ หรือที่เราเรียกติดปากกันว่า Big Bike มักจะเป็นข้อถกเถียงในวงสนทนาเสมอว่ามันเป็นกิจกรรมที่อันตราย เนื้อหุ้มเหล็ก ท้าความตาย ฯลฯ แต่คุณรู้หรือไม่ว่า หากคุณเรียนรู้ที่จะควบคุมรถและควบคุมตัวเองได้อย่างชำนาญแล้ว มันกลับเป็นกิจกรรมที่สร้างความสุขให้กับคุณมากกว่ากิจกรรมไหนๆ เสียอีก และยังทำให้คุณคงความเป็นหนุ่ม-สาวได้ แม้ว่าอายุคุณจะย่างเลข 8 แล้วก็ตาม !

และในบทความนี้เราได้แนะนำเทคนิคการขับขี่ดีๆ มาให้ผู้อ่านได้อ่านกันจนเต็มอิ่มเลยทีเดียว

คิดเสมอว่าตัวเองไม่มีตัวตนบนท้องถนน

อย่าขี่รถโดยที่คิดว่ารถยนต์คันอื่นเห็นคุณ แม้ว่าคุณเพิ่งจะสบตากับคนขับรถก็ตาม เพราะว่าสำหรับผู้ใช้งานบนท้องถนนส่วนใหญ่ คุณไม่มีตัวตน

อย่าเดือด

ผลของการไปมีเรื่องกับชาวบ้านบนท้องถนนที่เกิดจากความผิดใจกันเล็กๆ น้อยๆ มีแต่จะส่งผลด้านลบกับชีวิตคุณ เพราะฉะนั้นให้คิดซะว่าคู่กรณีของคุณเป็นคุณป้าข้างๆ บ้านซะแล้วคิดใหม่อีกครั้ง!

แต่งกายเพื่อรองรับการชน ไม่ใช่ไปเดินแฟชั่นโชว์

ไม่ว่าคุณจะขี่รถออกไปซื้อข้าวแกงหน้าปากซอย หรือไปหาสาวที่อยู่ห่างจากบ้านคุณเพียง 3 ซอย ใครจะไปรู้ว่าอีก 5 นาทีต่อมาคุณอาจจะลงไปจูบกับพื้นซีเมนต์ ที่ตามมาด้วยแผลหมูแดงกับเสื้อยืดกางเกงยีนส์ตัวโปรดที่ขาดวิ่นก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นยอมทนร้อนสักนิดใส่เสื้อการ์ดเพื่อความปลอดภัย ดีกว่ามานั่งเสียใจภายหลัง

คิดลบไว้ก่อนเสมอ

ขณะที่ติดไฟแดงกลางสี่แยก ทันทีที่สัญญาณไฟฝั่งที่คุณอยู่เปลี่ยนเป็นไฟเขียว แล้วรถยนต์ฝั่งตรงข้ามก็ขับพุ่งตัดหน้าคุณทันที หากคุณออกตัวทันทีที่เปลี่ยนเป็นไฟเขียวแล้วล่ะก็คุณคงไม่รอดแน่นอน..แต่ถ้าคุณรอสักนิด มองซ้ายมองขวาให้แน่ใจว่าไม่มีรถจากฝั่งอื่นแล้วค่อยออกตัว เรื่องร้ายๆ ก็จะไม่มีทางเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

เก็บอีโก้ไว้ที่บ้าน

ขี่เร็วไปก็เท่านั้น เก็บความเร็วไว้ใช้ในสนามเถอะ เพราะการซิ่งบนถนนนอกจากอันตรายแล้วยังผิดกฎหมายแถมยังไม่มีใครชื่นชมอีกด้วย

โฟกัสกับการขับขี่

แม้ว่าป้ายโฆษณาชุดชั้นในจะดึงดูดสายตาคุณแค่ไหน หรือคุณกำลังคิดมุกจีบสาวสำหรับคืนนี้อยู่ก็ตาม เสี้ยววินาทีที่คุณใจลอยอาจนำหายนะมาให้คุณได้โดยไม่รู้ตัว

อย่าพึ่งแต่กระจกมองข้าง

หันไปมองให้แน่ใจทุกครั้งหากต้องการเปลี่ยนทิศทางหรือเปลี่ยนเลน เพราะกระจกมองข้างแสดงภาพเพียงแค่บางส่วนเท่านั้น

ใจเย็นๆ

ใช้เวลาสัก 2-3 วินาทีส่องช่องทางดูก่อนที่จะแซงออกมาหรือเลี้ยวเข้าทางหลัก สิ่งที่มองไม่เห็นนี่แหละคือสิ่งที่มักจะเป็นตัวอันตราย เพียงแค่มองก่อนสักนิดก็ไม่ต้องไปเสี่ยงโดนสอยแล้ว

มองกระจก

ชะลอความเร็ว และเช็คกระจกมองข้างทุกครั้งที่เปลี่ยนเลน และเตรียมตัวให้พร้อมที่เปลี่ยนไลน์เมื่อมีรถยนต์มาปิดช่องที่คุณจะไปเสม

อย่าขี่เร็วตอนมุด

แม้ว่าการขี่มุดในช่วงการจราจรติดขัดจะทำให้การเดินทางรวดเร็วขึ้น แต่มุดด้วยความเร็วหรือใช้ความเร็วเป็น 2 เท่าของรถยนต์ที่วิ่งบนท้องถนนเป็นเรื่องที่ไม่ฉลาดเลย เพราะมักจะเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุเป็นอันดับต้นๆ

ระวังสิ่งแปลกปลอมบนพื้นถนน

หมั่นสังเกตุและหลบหลีกสิ่งที่ไม่คาดคิดที่มักจะโผล่มาให้เห็นตลอดทางและสร้างปัญหาให้กับคุณ ไม่ว่าจะเป็นถุงขนม กล่อง ถุงพลาสติก เศษกระจก เสาอากาศ หรือตะปู

รถแท็กซี่และรถโดยสาร ตัวปัญหาอันดับต้นๆ

หากคุณเจอรถแท๊กซี่หรือรถโดยสาร จงตระหนักอยู่เสมอว่ารถเหล่านี้พร้อมที่จะปาดเข้าจอดชิดไหล่ทางเพื่อรับ-ส่งผู้โดยสารได้ทุกเมื่อ ไม่ว่าจะอยู่เลน 2 เลน 3 หรือเลน 4 ก็ตาม เพราะฉะนั้น จงอยู่ห่างๆ เข้าไว้ !

คิดก่อนบิด

สำรวจและประเมินสถานการณ์ของรถยนต์รอบๆ รถที่ขับส่ายไปส่ายมาอาจจะเมาหรือเล่นมือถือ รถที่ขับซอกแซกถ้าคุณเข้าไปใกล้อาจเจ็บตัวได้ ถ้าเจอคนขับรถประเภทนี้ (และมักจะเจอเป็นประจำซะด้วย!) ให้เว้นระยะห่างที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ระวังรถฝ่าไฟแดง

ก่อนคุณจะข้ามไฟแดง ให้เว้นระยะซัก 4-5 วินาที เพราะทุกๆ ไฟแดงมักจะมีพวกมักง่ายฝ่าไฟแดงเป็นประจำ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นมอเตอร์ไซค์

กะให้เป็น

ไม่มีใครรู้สมรรถนะของรถตัวเองได้ดีกว่าตัวเราเอง มองไลน์ให้ออก กะระยะให้เป็น และประเมินสถานการณ์อยู่เสมอว่าเราจะไปที่ไหนในอีก 12 วินาทีข้างหน้า

ระวังรถแต่ง

นอกจากรถยนต์/กระบะแต่งจะมีความแรงเป็นทุนเดิมแล้ว คนขับมักจะเป็นวัยรุ่นไฟแรงและมีความห้าวอีกด้วย เขาอาจเปลี่ยนเลนหรือเร่งแซงแบบที่คุณคาดไม่ถึงก็เป็นได้

ใช้ความเร็วในเข้าโค้งให้เหมาะสม

สาเหตุการล้มในโค้งอันดับต้นๆ คือการแต่งความเร็วในการเข้าโค้งที่ไม่ถูกต้อง หลายคนมักจะเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง ซึ่งการเปิดคันเร่งนั้นควรทำตอนออกจากโค้ง..แม้ว่ารถคุณจะแรงแต่คุณใช้ความเร็วไม่เป็น อุบัติเหตุก็เกิดขึ้นได้เสมอ

อย่าเชื่อในสิ่งที่คุณเห็น

ยามที่คุณขับขี่ไปยังสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่ที่คุณจะพบกับสัตว์ป่าหลายชนิด รวมถึงฝูงลิงที่นั่งอยู่ริมทาง อย่าชะล่าใจว่าพวกมันจะไม่วิ่งออกมากลางถนน จงจำไว้ว่า หากเจอสัตว์ป่า ให้ลดความเร็วลงเพื่อป้องกันการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ป่าหรือตัวคุณเอง

เรียนรู้ที่จะใช้เบรคให้เป็น

เบรคหน้าใช้สำหรับหยุดรถ เบรคหลังใช้สำหรับชะลอหรือลดองศารถขณะเข้าโค้ง แต่การใช้เบรคที่มีประสิทธิภาพดีที่สุดคือการใช้เบรคหน้า-หลังควบคู่กัน

พร้อมที่จะใช้เบรคเสมอ

เพียงเสี้ยววินาทีก็สามารถสร้างระยะห่างระหว่างความเป็น ความตายได้ เพราะฉะนั้นเตรียมมือข้างขวาขอบคุณให้พร้อม แต่จำไว้ว่าอย่ากำคลัทช์เด็ดขาด

มองทางที่คุณจะไป

รถมอเตอร์ไซค์จะมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่คุณมองเสมอ หากคุณมองที่ไหล่ทางรถก็จะตรงไปที่ไหล่ทาง หากคุณมองที่ทางออกโค้งคุณก็จะเข้าโค้งอย่างปลอดภัย เพราะฉะนั้นจงมองจุดที่คุณต้องการจะไป ซึ่งการมองที่ถูกต้องนั้นคือการหันไปมองไม่ใช่การชำเลืองมองอย่างที่หลายคนเข้าใจ

มองภาพรวม อย่ามองจุดเดียว

สภาพแวดล้อมมักจะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดังนั้นคุณควรที่จะสแกนภาพรวม อย่าโฟกัสที่จุดใดจุดหนึ่งนอกจากคุณกำลังตกอยู่ในสถานการณ์เสี่ยง

หยุดรถเมื่อมีป้ายหยุด

หยุดรถและมองอีกครั้งเมื่อเห็นป้ายหยุด เมื่อแน่ใจแล้วว่าปลอดภัยจึงค่อยขี่ต่อไป

มองไกลๆ

หากคุณมองใกล้เพียงแค่บังโคลนหน้ารถคุณ คุณจะไม่มีเวลาตัดสินใจแม้เพียงวินาทีเดียวหากเจอสิ่งกีดขวางหรือสิ่งผิดปกติ ดังนั้นคุณควรจะมองให้ไกล และสแกนสภาพผิวถนนตลอดเวลา

อย่าใจลอย

อุบัติเหตุส่วนใหญมักจะเกิดขึ้นใน 15 นาทีแรกของการขับขี่ ที่ใช้ความเร็วต่ำกว่า 60 กม./ชม. บนถนนในเมือง ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่คือความใจลอยของผู้ขับขี่นั่นเอง

หลีกเลี่ยงการขี่เข้าไปในที่ที่รถติด

เพราะรถยนต์อาจจะจอดเพราะมีเหตุการณ์ไม่ปกติเกิดขึ้นข้างหน้า ซึ่งคุณไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นเลยก็เป็นได้

อย่าเลือกรถที่คุณเอาไม่อยู่

ลองคิดดูว่าคุณน้ำหนักเพียง 45 กก. แต่คุณขับครุยเซอร์ที่น้ำหนักมากถึง 300 กก. และต้องขับในเมือง นั่นคงเป็นเรื่องที่ไม่น่าอภิรมณ์เอาซะเลย ว่าไหม?

ระวังรถยนต์เปิดประตูขณะรถติด

นั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่เราไม่แนะนำให้คุณมุดหรือขับซอกแซกขณะที่รถติด เพราะคุณไม่มีทางรู้เลยว่ารถคันไหนจะมักง่ายเปิดประตูออกมาถ่มน้ำลายลงพื้นขณะที่คุณกำลังขี่ผ่านรถคันนั้น

ระวังชนคนข้ามถนน

แม้ว่าสัญญาณไฟจะเป็นสีเขียวแล้วก็ตาม อย่าชะล่าใจเป็นอันขาด เพราะมักจะมีคนข้ามถนนโดยไม่สนใจสัญญาณไฟอยู่เสมอ

อย่าฝืนกำลังตัวเองเมื่อขับขี่เป็นกลุ่ม

หากคุณขี่ไม่ทันสมาชิกในกลุ่ม อย่าฝืนความสามารถของตัวเอง ค่อยๆ ขี่ไปและตามไปเจอที่จุดนัดพบที่ได้ตกลงกันไว้

ให้เวลา 1-2 นาที กับการปรับสายตา

ใช้เวลาสัก 1-2 นาทีในการปรับสายตาเมื่อคุณขับออกจากบ้านในเวลากลางคืน มิเช่นนั้นคุณจะขับขี่เหมือนคนตาบอดในช่วงแรก ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย

ฝึกการยูเทิร์นให้ชำนาญ

หมั่นฝึกฝนการเอนรถ lean-out เพื่อกลับรถโดยเทน้ำหนักตัวไปยังทิศตรงกันข้ามกับรถ เพื่อพัฒนาทักษะการยูเทิร์นของคุณ เพราะการยูเทิร์นโดยไม่มีทักษะที่เพียงพอจะทำให้รถบานออกไปยังเลนซ้าย

อย่าตกใจเมื่อขี่ขึ้นทางชัน

กดเบรคหลังเพื่อป้องกันไม่ให้รถไหลไปข้างหลัง ใช้คลัทช์และคันเร่งอย่างนิ่มนวลเพื่อที่จะส่งรถขึ้นไปข้างบน

ถ้าทางดูลื่น ให้คิดว่าลื่นไว้ก่อน

หากพื้นผิวถนนดูผิดสังเกตุ เช่นมีรอยน้ำที่ไม่แห้ง ให้คิดเสมอว่ามันอาจจะเป็นน้ำมันเครื่องก็เป็นได้ ดังนั้นควรลดความเร็วและหลีกเลี่ยงจุดที่สุ่มเสี่ยงต่ออุบัติเหตุให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

ยางรั่ว ต้องทำอย่างไร?

อย่าตกใจหากยางรั่ว ค่อยๆ ประคองรถให้อยู่กับที่และค่อยๆ ปิดคันเร่งและเลี้ยงเบรคเพื่อพารถไปจอดข้างทางแล้วประเมินความเสียหายต่อไป

ฝนตก?  เพิ่มความระมัดระวัง

ไม่ว่าฝนตกหนักหรือเบา ให้คุณเพิ่มสมาธิในการขับขี่จนถึงขีดสุด เพราะคุณไม่รู้หรอกว่าพื้นจะลื่น น้ำจะท่วมตื้นๆ หรือลึกแค่ไหน ตลอดเส้นทางที่คุณขับขี่ ถ้าไม่แน่ใจ หาที่หลบฝนเพื่อประเมินสถานการณ์ก่อนที่จะขับขี่ต่อไป

คุณจะมองเห็นยากขึ้นในการขับขี่เวลากลางคืน

อย่าลืมเปิดไฟหน้า และเปลี่ยนชิลด์หน้าหมวกกันน็อกเป็นแบบใสตลอดเวลาที่คุณขับขี่เวลากลางคืน

ตรวจเช็คอารมณ์ก่อนขับขี่ทุกครั้ง

ว่ากันว่า อารมณ์นั้นมีฤทธิ์ร้ายแรงพอๆ กับยา หากคุณกำลังเศร้า โกรธ โมโห หรืออกหัก ควรให้อารมณ์จางลงก่อนที่จะขับขี่รถคันโปรดของคุณ เพราะสมาธิคือสิ่งสำคัญในการขับขี่

ใส่เครื่องป้องกันดีๆ

ใส่ชุดที่เหมาะสมกับสภาพอากาศและสรีระของคุณ หากการ์ดไหล่ ไหลลงมาจนถึงเกือบข้อศอก นั่นหมายถึงว่าชุดนี้เป็นอันตรายต่อตัวคุณเองแล้วล่ะ

อย่าเปิดเพลงฟังในขณะที่ขับขี่

หากคุณขี่ไปฟังเพลงไป คุณก็ไม่มีทางรู้หรอกว่ามีรถบรรทุกหรือรถกระบะกำลังเบรคแตกและไล่บี้คุณอยู่ข้างหลัง กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็อยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว

เรียนรู้ที่จะหักเลี้ยว

ฝึกการใช้ counter-steering จนคุณสามารถหักเลี้ยวได้ดั่งใจ เสมือนปฏิกิริยารีเฟล็กซ์ เพราะมันทำให้คุณเอาตัวรอดได้เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างแน่นอน (คลิกเพื่ออ่านเพิ่มเติมได้ที่ Countersteering เทคนิคง่ายๆ สำหรับการเข้าโค้งความเร็วสูง)

เรียนรู้การทรงตัวในความเร็วต่ำ

การทรงตัวในความเร็วต่ำเป็นทักษะที่จำเป็นมากสำหรับการขี่มอเตอร์ไซค์ เพราะมันคือพื้นฐานการเรียนรู้บาลานซ์รถตัวเองที่ทุกคนต้องมีเพื่อที่จะขับขี่มอเตอร์ไซค์ของตัวเองได้อย่างคล่องแคล่ว คุณสามารถฝึกได้โดยการหาที่โล่งๆ และหัดทรงตัวรถโดยใช้ความเร็วต่ำโดยใช้เพียงเบรคหลังในการประคองรถ เมื่อคุณฝึกจนชำนาญแล้ว คุณจะพบกว่าการควบคุมและการทรงตัวบนมอเตอร์ไซค์ไม่ใช่เรื่องยากเลย

ปลอดภัยยิ่งขึ้นเมื่อกระพริบไฟ

ไฟกระพริบ อย่างการเปิดสัญญาณไฟเลี้ยวเป็นการดึงดูดความสนใจ ดังนั้นการกดเบรคสัก 2-3 ครั้งก่อนที่จะเบรคจะทำให้รถคันที่ตามมาสังเกตุเห็นว่าคุณเบรคได้ชัดเจนขึ้น นอกจากนี้การใช้ไฟเบรคแต่งที่สามารถปรับให้กระพริบได้ด้วยการกดเบรคเพียงครั้งเดียวนั้น จะทำให้รถคันหลังรู้ได้ทันทีว่าคุณกำลังเบรคได้อย่างแน่นอน

ลดความเสี่ยง

ควรขี่อยู่หลังรถยนต์ เมื่อข้ามสี่แยกที่เพิ่งให้สัญญาณไฟเขียว เพื่อลดความเสี่ยงที่จะมีรถจากอีกฝั่งพุ่งเข้าหาคุณ

ปรับสายตา

ยิ่งคุณสามารถมองเห็นทัศนวิสัยโดยรอบโดยที่ไม่ต้องหันศรีษะได้ไกลเท่าไหร่  การตอบสนองต่อภัยคุกคามก็ยิ่งเร็วเท่านั้น

ฝึกเบรคให้ชำนาญ

หาที่โล่งๆ และฝึกการใช้เบรค  ฝึกซ้ำไปซ้ำมาจนคุณแน่ใจแล้วว่าคุณรู้ระยะเบรคที่เหมาะสมของรถคุณอยู่ที่เท่าไหร่โดยที่ล้อไม่ล็อค

หมั่นเช็คยางเสมอ

ยางก็เปรียบเสมือนรองเท้า หากคุณวิ่งโดยที่ใส่รองเท้าขาดๆ หรือใส่รองเท้าผิดประเภท โอกาสที่จะเกิดอันตรายก็มากขึ้น..จริงไหม? แต่สำหรับมอเตอร์ไซค์แล้ว ยางคือทุกสิ่งและตัดสินความเป็นความตายได้เลยทีเดียว หากคุณใช้ยางที่ไม่มีดอก (ยางสลิค) วิ่งกลางสายฝนละก็ โอกาสที่หัวจะคะมำก็มีสูงแน่นอน และถ้าหากคุณใช้ยางสำหรับวิ่งในสนามมาใช้บนถนนละก็ คุณอาจจะต้องเปลี่ยนยางบ่อยกว่าที่ควรจะเป็น และที่สำคัญ..หมั่นตรวจเช็คสภาพหน้ายางอยู่เสมอว่ามีเศษตะปูหรือสิ่งแปลกปลอมหรือไม่ และควรเช็คลมยางก่อนที่จะขับขี่ทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย

หายใจเข้าลึกๆ!

หายใจเข้าลึกๆ และอย่าไปใส่ใจกับนักซิ่งนอกสนามที่ขับขี่ด้วยความเร็วสูงโดยขาดความระมัดระวัง เพราะการบ้าจี้ขี่ตามพวกเขามีแต่ทำให้ชีวิตคุณเข้าใกล้อุบัติเหตุมากขึ้น..หรือแม้กระทั่งความตาย

ไม่ว่ารถของคุณจะแพงหรือแรงแค่ไหน หากคุณไม่เรียนรู้ที่จะใช้มันได้อย่างถูกต้องแล้วล่ะก็ มันคงไม่ต่างอะไรกับเหล็กติดเครื่องยนต์ชิ้นหนึ่งที่จะนำแต่ความเจ็บปวดมาให้กับคุณและคนรอบข้างอย่างแน่นอน ที่สำคัญ ใส่หมวกกันน็อคทุกครั้งและดื่มไม่ขี่นะครับ หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย ขอให้ทุกท่านขับขี่ปลอดภัยและสนุกกับการขับขี่ครับ