การได้ขับมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์นับว่าเป็นความฝันของหนุ่มสาวที่ชื่นชอบความแรง ความเป็นอิสระและการผจญภัย เราเชื่อว่าทุกท่านที่กำลังอ่านบทความนี้ก็คงมีความรู้สึกนี้เช่นกัน

ทุกวันนี้ความนิยมมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ในประเทศไทยมีแนวโน้มพุ่งขึ้นสูงขึ้นเรื่อยๆ ด้วยปัจจัยหลายๆอย่างไม่ว่าจะเป็น ราคาที่จับต้องได้ง่ายขึ้น มีตัวเลือกเยอะขึ้นกว่าแต่ก่อน และตอบสนองการใช้งานในชีวิตประจำวัน แม้ว่าคุณจะสามารถขับขี่มอเตอร์ไซค์และได้รถที่คุณใฝ่ฝันแล้วก็ตาม จะดีกว่าไหมถ้าคุณมีเทคนิคดีๆติดตัวที่จะทำให้ชีวิตการเป็นไบค์เกอร์ง่ายขึ้นและสนุกกับมันได้นานๆโดยไม่ต้องมีเรื่องกลุ้มใจ ?  เราขอเรียกเทคนิคนี้ว่า ‘11 กฏเหล็กของไบค์เกอร์’ ทั้ง 11 ข้อไม่ยากเลยครับ มีอะไรบ้างไปดูกันเลยครับ

cscbvhpumaaj2ol11.เช็คสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง

ประเทศไทยมักมีสภาพอากาศที่ไม่แน่ไม่นอน มีฝนตกเป็นประจำ ซึ่ง การขับขี่ในขณะที่ฝนตกมีความเสี่ยงสูง แม้ว่ามอเตอร์ไซค์ของคุณจะมี Traction Control หรือ โหมดการขับขี่แบบ Rain ก็ตาม พยายามหลีกเลี่ยงการขับขี่ในขณะที่ฝนตก เพราะพื้นถนนไม่ได้มีเพียงแค่น้ำฝนเท่านั้น แต่ยังมีเศษดินทราย กรวด ขยะ และสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือสภาพถนนที่คุณไม่สามารถคาดเดาได้ว่าสภาพถนนจริงๆข้างหน้าเป็นอย่างไร ถนนอาจจะมีหลุมบ่อ หรือเป็นคลื่น โดยที่คุณไม่สามารถมองเห็นได้ เพราะฉะนั้นควรเช็คสภาพอากาศทุกครั้งให้เป็นนิสัยก่อนที่จะออกเดินทางด้วยมอเตอร์ไซค์ หรือในกรณีที่ฝนตกระหว่างการเดินทาง ควรจอดพักจนฝนหยุดสนิทแล้วค่อยเดินทางต่อดีกว่าครับ

สามารถเช็คข้อมูลสภาพอากาศได้ที่กรมอุตุวิทยาด้านล่าง

http://weather.tmd.go.th

http://www.satda.tmd.go.th

http://tmd.go.th

10.เลือกใช้รองเท้าที่เหมาะสม

สิ่งที่ไบค์เกอร์หลายคนมักจะละเลยอยู่เสมอคือ ‘รองเท้า’  แน่นอนว่าสำหรับการการขับขี่มอเตอร์ไซค์แล้ว เท้ามีหน้าที่สำคัญคือใช้เปลี่ยนเกียร์และใช้เบรคหลัง หลายคนมักเลือกใช้รองเท้าผ้าใบสำหรับการขับขีเนื่องจากความสวยงามตามแฟชั่น และสวมใส่สบาย แม้ว่ารองเท้าผ้าใบบางรุ่นสามารถช่วยเรื่องของการป้องกันหลังเท้าไม่ให้เจ็บเวลาสัมผัสขาเกียร์ แต่จริงๆแล้ว เพราะตำแหน่งของการวางเท้าจะอยู่ด้านนอกสุดของตัวมอเตอร์ไซค์ ย่อมมีโอกาสสูงที่จะกระแทกกับสิ่งอื่นๆได้ง่าย ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ รองเท้าผ้าใบแทบจะไม่ช่วยเรื่องของการป้องกันการบาดเจ็บของเท้าเลยก็ว่าได้ว่า เพราะฉะนั้นถ้าคุณมีรองเท้าที่มีการ์ดป้องกันในตัวจะช่วยลดทอนอันตรายและป้องกันได้พอสมควร  

ปัจจุบันผู้ผลิตรองเท้าสำหรับขับขี่มอเตอร์ไซค์ได้ใส่ใจถึงความต้องการของผู้บริโภคอย่างเราๆ จึงได้ออกแบบรองเท้าผ้าใบ และรองเท้าบูท ที่ทันแฟชั่นและมีการ์ดป้องกันอย่างดีเยี่ยมให้เลือกใช้มากมาย


9.เลือกใช้เครื่องแต่งกายที่ใช้งานได้จริง

ด้วยความที่ประเทศไทยเป็นเมืองร้อน ไบค์เกอร์หลายๆคนจึงเลือกที่จะไม่ใส่เสื้อการ์ด ในการขับขี่และสวมเพียงเสื้อยืด เสื้อแขนยาวธรรมดา กางเกงยีนส์หรือขาสั้น โดยปราศจากอุปกรณ์ป้องกันอย่างที่ควรจะเป็น การขับขี่บนท้องถนนไม่มีคำว่า ‘ปลอดภัย 100%’ หากคุณเลือกใช้เครื่องแต่งกายที่รัดกุม จะช่วยลดความรุนแรงเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันได้ หากคุณกังวลเรื่องดีไซน์ สบายใจหายห่วงเพราะสมัยนี้มีชุดการ์ด กางเกงการ์ดที่มีความสวยงามไม่แพ้เสื้อผ้าแฟชั่นเลยทีเดียว

เสื้อการ์ดที่ดีควรมีการ์ดป้องกันข้อศอกและไหล่ที่แข็งแรง และส่วนมากมักจะมีการ์ดหลังเป็นอุปกรณ์เสริม และที่สำคัญควรหมั่นเช็คสภาพความสมบูรณ์ของอุปกรณ์ป้องกันอยู่เสมอ เพราะอปกรณ์ย่อมมีอายุการใช้งานของมัน

thumb_16985_default_large

8.สวมหมวกกันน๊อคทุกครั้ง

ท่องจำไว้ให้ขึ้นใจว่า “หมวกกันน๊อคเป็นสิ่งต้องใช้ทุกครั้งที่ขี่มอเตอร์ไซค์” ศีรษะเป็นส่วนที่บอบบางที่สุด หากเกิดพลาดพลั้งแม้เพียงครั้งเดียวคุณจะไม่มีโอกาสได้ย้อนกลับมาแก้ไขได้อีก การสวมหมวกกันน๊อคนอกจากจะป้องกันการกระทบกระเทือนแล้ว หมวกกันน๊อคที่มีชิลบังลมยังป้องกันไม่ให้ลมและสิ่งแปลกปลอมเข้าตาขณะที่ขับขี่ หมวกกันน๊อคมีหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ทรงคลาสสิค ทรงสปอร์ตเรพลิก้า ทรงวิบาก และ ทรงทัวริ่ง อย่างไรก็ตามแม้ว่าขึ้นชื่อว่า ‘หมวกกันน๊อค’ ใช่ว่าจะหมวกทุกใบจะสามารถให้ความปลอดภัยกับคุณได้ทุกรุ่น ควรเลือกซื้อหมวกกันน๊อคที่มีมาตรฐานความปลอดภัยรองรับ อาทิเช่น SNELL, DOT เป็นต้น และควรตรวจสอบวันเดือนปีที่ผลิตก่อนซื้อทุกครั้ง เพราะวัสดุหมวกกันน๊อคมีความเสื่อมสภาพตามกาลเวลาซึ่งแน่นอนว่ามีผลต่อความปลอดภัย สิ่งที่คุณไม่ควรละเลยคือ หมวกกันน๊อคสำหรับคนซ้อนซึ่งควรให้คนซ้อนใส่หมวกกันน๊อคด้วยทุกครั้ง

7.’เช็ค’ตอนออกตัวและก่อนลงจากรถ

เมื่อขึ้นมอเตอร์ไซค์และตั้งรถตรงจุดบาลานซ์แล้ว ควรเช็คขาตั้งทุกครั้ง เพราะมีโอกาสที่เซ็นเซอร์จะไม่ทำงาน ซึ่งจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ และก่อนออกตัวควรหันศีรษะไปด้านขวาและมองหลังทุกครั้ง เพื่อดูว่ามีรถเร่งขึ้นมาหรือเปล่า ปลอดภัยหรือไม่ ถ้าแน่ใจว่าปลอดภัยค่อยออกตัว เมื่อจอดรถแล้วก่อนจะลงจากรถควรทำเช่นเดิมเพื่อเช็คดูว่าสามารถลงจากรถได้หรือยัง เพราะจังหวะที่คุณตวัดขาลงจากมอเตอร์ไซค์ อาจมีรถคันคืนขับมาชนขาของคุณได้

10516878_10202760745899006_5768322941857312670_n

6.ให้ความสำคัญกับผู้ซ้อน

ผู้ซ้อนท้ายควรใส่หมวกกันน๊อคและชุดที่รัดกุมทุกครั้ง และผู้ขับขี่ควรตกลงเรื่องการให้สัญญาณในการขับขี่กับคนซ้อนเพื่อความปลอดภัย เช่น ตบเข่าคนซ้อน 1 ครั้งแปลว่า”จะเร่งแซงแล้วนะ” และควรฝึกสอนคนซ้อนเรื่องการจัดท่าเวลาเข้าโค้ง และสถานการ์ต่างๆ เพื่อช่วยให้ทั้งคู่รับมือกับสถานการณ์ตรงหน้าได้ราบรื่นขึ้น

ผู้ขับขี่ควรฝึกซ้อมให้คุ้นเคยกับสภาพที่มีผู้ซ้อนอยู่เสมอ เพราะการมีผู้ซ้อนส่งผลต่อการขับขี่ค่อนข้างมาก ด้วยน้ำหนักที่มากขึ้น จะทำให้การควบคุมมอเตอร์ไซค์ยากขึ้นด้วย โดยเฉพาะในความเร็วต่ำ การฝึกซ้อมเป็นประจำจะทำให้การขับขี่แบบมีผู้ซ้อนไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป

b56a2006-2

5.โฟกัสกับการขับขี่

เมื่อคุณก้าวขึ้นมอเตอร์ไซค์ นั่นหมายความว่าอุบัติเหตุอาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ  ขณะที่คุณขับขี่ห้ามหันไปมองสิ่งที่ไม่จำเป็น ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือหรือป้ายโฆษณา สิ่งที่คุณต้องทำคือการประเมินสถานการณ์บนท้องถนนตลอดเวลา หากคุณไม่แน่ใจว่าข้างหน้าพ้นหรือไม่พ้น อย่าฝืน ให้ชะลอความเร็ว ควรท่องจำให้ขึ้นใจว่า “คิดลบไว้ก่อน”

369c1df9

4.รู้ขีดจำกัดของตนเอง

ควรประเมินศักยภาพของตนเอง อย่าพยายามทำสิ่งที่คุณไม่แน่ใจ การที่เพื่อนร่วมทางสามารถทำความเร็ว ควบคุมรถและเข้าโค้งได้อย่างแม่นยำ ไม่ได้หมายความว่าคุณจะสามารถทำได้อย่างที่เขาทำ ด้วยทักษะและประสบการณ์ที่ไม่เท่ากัน อย่าคิดเข้าข้างตัวเองเป็นอันขาด ไปได้เท่าที่คุณมั่นใจ เพราะยังไงแล้วก็ถึงที่หมายเหมือนกัน

the-roadery-group-motorcycle_h

3.เว้นระยะห่างจากผู่ร่วมทาง

การขับขี่มอเตอร์ไซค์ไม่ว่าจะขับขี่คนเดียวหรือเป็นขบวน ควรเว้นระยะห่างประมาณ 1 คันรถ หากขับขี่เป็นขบวนควรขี่สลับฟันปลา เพื่อความปลอดภัยกรณีเบรคกระทันหัน หากคุณขับจี้คันหน้ามากเกินไปนอกจากจะทำให้คันหน้ารู้สึกพะวงแล้ว ยังอาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อตัวคุณเองและเพื่อนร่วมทางอีกด้วย ควรประเมินความเร็วของผู้ร่วมทางและเว้นระยะห่างให้สัมพันธ์กับความเร็วที่ใช้

2.หมั่นฝึกซ้อมทักษะอยู่เสมอและควรหาโอกาสเข้าคอร์สขับขี่ปลอดภัย

มีสุภาษิตนึงใจความว่า “Rome wasn’t built in a day” แปลว่า “กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จภายในวันเดียว”  การขับขี่มอเตอร์ไซค์ก็เช่นกัน การจะขี่มอเตอร์ไซค์ให้เก่งนั้นไม่มีทางลัด คุณต้องมีวินัย หมั่นฝึกซ้อมสม่ำเสมอ แต่ความเก่งต้องควบคู่กับความปลอดภัย สาเหตุของอุบัติเหตุที่มักจะเกิดขึ้นคือความเข้าใจในทักษะการขับขี่ที่ไม่ถูกต้อง การที่ขี่มอเตอร์ไซค์คล่องแคล่วไม่ได้หมายความว่าเป็นการขับขี่ที่ถูกต้องเสมอไป

เราแนะนำว่าควรจะเข้าคอร์สอบรมขับขี่ปลอดภัยอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง เพื่อขัดเกลาทักษะและความรู้ความเข้าใจในการ์ขี่มอเตอร์ไซค์ให้ถูกต้องอยู่สมอ ซึ่งปัจจุบันค่ายรถมอเตอร์ไซค์ต่างๆจเปิดคอร์สอบรมหลายคอร์สตั้งแต่คอร์สพื้นฐานจนถึงคอร์สระดับแอดวานซ์ให้คุณได้เลือกตามระดับสกิลการขับขี่ที่คุณสนใจ

1.ดื่มไม่ขี่ ง่วงไม่ขับ

การดื่มแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุอันดับต้นๆของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น เบียร์เพียงกระป๋องเดียวก็สามารถทำให้การตัดสินใจของคุณผิดพลาดได้ แม้เพียงเสี้ยววินาทีก็สามารถตัดสินความเป็นความตายของชีวิตคุณได้ เพราะฉะนั้นวันไหนถ้าคุณอยากจะดื่ม แนะนำว่าควรใช้บริการรถธารณะดีกว่า สมัยนี้มีแอพพลิเคชั่นบนมือถือทำให้การเรียกรถสะดวกขึ้นมากกว่าแต่ก่อนเยอะครับ อดใจนึดนึงเพื่อที่จะสนุกกับสิ่งที่เรารักไปนานๆดีกว่าจริงไหม?

ถ้าคุณรู้สึกง่วง อย่าฝืนเด็ดขาดเพราะจะทำให้หลับในได้ ในกรณีที่คุณกำลังขี่อยู่ในกลุ่ม แนะนำให้เร่งไปข้างหน้าและส่งสัญญาณบอกกับคนในกลุ่มว่าจะจอดพักครับ เราเชื่อว่าเพื่อนๆคงไม่ปฏิเสธแน่นอน เรื่องสำคัญเเช่นนี้อย่าไปเกรงใจครับ เพราะมันเกี่ยวกับความปลอดภัย ยืนยันว่าไบค์เกอร์ทุกคนเข้าใจดี

สำหรับผู้คลั่งไคล้มอเตอร์ไซค์แล้ว การได้อยู่กับสิ่งที่ตัวเองรักคือความสุขอันแท้จริง การขับขี่มอเตอร์ไซค์ประเภทต่างๆ เช่น สกู๊ตเตอร์ วิบาก เน๊กเก็ต สปอร์ต ทั่วริ่ง ไม่ว่าจะให้ระบบความปลอดภัยมาเยอะแค่ไหน ราคาหลักหมื่นหรือหลักล้าน แต่สุดท้ายแล้วก็ยังคงเรียกกันว่าเป็น’เนื้อหุ้มเหล็ก’  เพราะฉะนั้นหากคุณปฏิบัติตามหลักการที่เราได้แนะนำไปนั้น จะทำให้คุณขับขี่ปลอดภัย และ อยู่กับสิ่งที่คุณรักไปอีกนานเท่านานครับ

 

เรื่องโดย:

Victor Young