นับว่ากระแสรถประเภทเรโทรทางฝั่งญี่ปุ่นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเริ่มมาแรงไม่แพ้ทางฝั่งยุโรปซึ่งนำหน้ามาก่อนทางด้านนี้ ด้วยรถหลายๆ รุ่นที่ไม่ว่าจะรุ่นเก่าที่นำมาผลิตใหม่ หรือรถรุ่นใหม่ก็ต่างบุกตลาดทั่วโลกด้วยความมุ่งมั่น

ด้วยรถหลากหลายรุ่นและค่าย เช่น Yamaha XSR700/900 (ต่อลิงค์บทความ), Honda CB1100EX/RS, Kawasaki Z900RS เป็นต้น สื่อให้เห็นชัดว่าทางค่ายยักษ์ใหญ่แดนปลาดิบไม่ได้มองข้ามตลาดเรโทรที่กำลังบูมในขณะนี้ และยิ่งในส่วนของ Honda และ Kawasaki ต่างก็ไม่ลืมประวัติศาสตร์อันเลื่องลือของตนเองด้วยเช่นกัน

ซึ่งการเผชิญกันระหว่าง CB1100RS และ Z900RS นั้นราวกับเป็นการเปรียบเทียบระหว่างการมองย้อนสู่อดีตและการมุ่งสู่อนาคตของรถประเภท UJM (Universal Japanese Motorcycle) เลยก็ว่าได้ เพราะถึงแม้ว่าทั้งคู่นี้จะมีความคล้ายคลึงกันในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของดีไซน์รูปทรงรถและเครื่องยนต์สี่สูบเรียง แต่ทั้งสองก็มีความแตกต่างกันอย่างมากในส่วนของปรัชญาหลักของแบรนด์ อีกทั้งจุดมุ่งหมายก็แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

Style & Character:

CB1100RS:

  • เป็นรุ่น Performance ซิ่ง ของตระกูล CB1100 (ที่ได้แก่รุ่นมาตรฐานเน้นขายตลาดญี่ปุ่นเป็นหลัก) และ CB1100EX (เน้นความคลาสสิค – ล้อซี่ลวดและรายละเอียดต่างๆ)
  • รถเป็นรุ่นเฉพาะพิเศษของมันเองทั้งหมด ตัวเครื่องยนต์และเฟรมรถล้วนแล้วเป็นของเฉพาะรุ่นของมันเพียงเท่านั้น แชร์ใช้ชิ้นส่วนหลักๆ กันอยู่แค่ระหว่าง CB1100 – EX – RS จึงมีความพิเศษในหมวดรุ่น
  • เครื่องยนต์สี่สูบระบายความร้อนด้วยอากาศบล็อกใหม่เครื่องแรกของ Honda ในระยะเวลากว่า 20 ปี ถูกสร้างขึ้นมาอย่างประณีตเพื่อเลียนแบบอารมณ์ของเครื่องเสื้อลมรุ่นเก่าๆ ของฮอนด้า มีความเป็นเรโทรอย่างแท้จริง เต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์และเรื่องราวของรถ
  • เครื่องยนต์นี้นอกจากจะเปรียบดั่ง tribute ชั้นเลิศแด่เครื่องสี่สูบเสื้อลมยุคเก่าของ Honda แล้ว ยังมีความละเอียดอ่อนด้านการออกแบบ/engineering (เช่นการปรับแต่ง valve timing สองสูบจากสี่สูบของเครื่องยนต์เพื่อให้มีอารมณ์การสั่นไหวของเครื่องที่รู้สึกเป็นธรรมชาติ เครื่องยนต์มีความคลาสสิคมากยิ่งขึ้น)
  • แนวคิดด้านนี้เห็นได้ชัดในพวกครีบ cooling fin ระบายความร้อนที่มีความหนาไม่ถึง 2mm ซึ่งต้องมีการปฎิรูปสายการผลิตเครื่องยนต์ใหม่เป็นพิเศษ ด้วยเหตุที่ว่าครีบนั้นต้องมีความบางดังกล่าวเพื่อให้มีเสียงติ๊งๆ ของเหล็กที่เวลาร้อนหรือเย็นลงจะขยายและหดตัว อันเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของเครื่องเสื้อลม
  • ข้อแตกต่างหลักๆ จาก CB1100 รุ่นอื่นๆ อยู่ที่ล้อแม็กทรงสปอร์ตขนาดมาตรฐาน 17” ที่มีหน้ากว้าง สามารถใส่หน้ายางขนาดมาตรฐาน sport compound ได้ รายละเอียดต่างๆ เช่นท่อไอเสียที่มีปลายสั้นลงเพื่อเพิ่มความน่าฟังของเสียงท่อ การทำสีเครื่องเป็นสีดำ และ performance-spec parts ต่างๆ อย่างโช้คหน้า-หลังอัพเกรด (Showa กระบอกทอง) เกียร์ 6 สปีด ท่าขี่ที่มีความสปอร์ตยิ่งขึ้น และข้อแตกต่างด้าน cosmetic ต่างๆ นานา (เห็นได้ชัดก็ถังน้ำมัน ชุดสี และเบาะ)

  • การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้ทำให้ CB1100RS ดูเป็นรถประเภทเรโทรอย่างแท้จริง ดูมีคลาสและความพรีเมี่ยมเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งในส่วนนี้ก็เป็นผลมาจากเครื่องยนต์เสื้อลมระบายความร้อนด้วยอากาศของมันนี่เอง ที่เติมเต็มในอารมณ์และจิตวิญญาณของรถเรโทรที่แท้จริงได้อย่างเต็มเปี่ยม
  • CB1100RS เป็นรถที่มีความตั้งใจในการดึงจิตวิญญานความคลาสสิคของรถสี่สูบญี่ปุ่นในอดีด หรือเรียกง่ายๆ ว่าเป็นการดึงเอาทุกสิ่งทุกอย่างของความเป็น Classic UJM มาสู่ยุคปัจจุบันนั่นเอง มันเป็นรถที่มีความประณีต ใส่ใจในรายละเอียดต่างๆ ของการผลิต และเปี่ยมไปด้วยประวัติศาสตร์
  • CB1100RS คือการสืบทอดจิตวิญญาณแห่ง UJM มาสู่ยุคปัจจุบัน ที่ยังคงรักษารากเหง้าความดั้งเดิมในแบบฉบับญี่ปุ่นไว้ได้อย่างงดงาม โดยได้เพิ่มสมรรถนะอันดีเยี่ยมให้กับรถได้อย่างชนิดที่รถใหม่ๆ แนวเรโทรหลายรุ่นยากที่จะเลียนแบบ ในจุดนี้อัตลักษณ์ของ CB1100RS มีความโดดเด่นชัดเจนเป็นอย่างมาก

Z900RS:

  • Z900RS คือรถ retro performance หรือเรียกได้ว่าเป็นรถ streetfighter ที่สวมเสื้อผ้า UJM คลาสสิคซะมากกว่า
  • ตัวรถใช้พื้นฐานมาจาก Kawasaki Z900 อันเป็น supernaked/streetfighter คลาสตำ่กว่า 1000cc ตัวนำของ Kawasaki ในขณะนี้ เครื่องยนต์ เฟรมรถพื้นฐาน (มีการปรับแต่งที่ตัวโครงเฟรมถักเพื่อรองรับบอดี้และถังน้ำมันใหม่ในทรงหยดน้ำ) ซับเฟรมและสวิงอาร์มล้วนแล้วมีพื้นฐานมาจาก streetfighter ชั้นเลิศอย่าง Z900 ทั้งนั้น
  • รถมีกลิ่นอายความเป็นโมเดิร์นภายใต้ภาพลักษณ์แบบย้อนยุค และเพียบพร้อมด้วยสมรรถนะที่โมเดิร์นเป็นอย่างยิ่ง อารมณ์ในการขับขี่เปรียบเสมือนการขี่รถแนวสปอร์ตยุคใหม่ที่มีหน้าตาคล้ายรถสมัยเก่า
  • เครื่องยนต์ใช้บล็อกสี่สูบระบายน้ำเช่นเดียวกันกับ Z900 แต่ปรับเรื่องอัตราทดเกียร์ กำลังอัดเครื่องยนต์ วาล์ว และการจูน มีอารมณ์ที่กระโชกโฮกฮากและเร้าแรงดั่ง Z900 แต่ก็แฝงความนุ่มและสุขุมเข้ามาเพื่อให้เหมาะสมกับรูปทรงตัวรถ รวมทั้งช่วงแรงบิดรอบเครื่องที่กว้างขึ้น ทำให้สามารถขี่ได้ง่ายและสะดวกสบายโดยไม่จำเป็นต้องเค้นรถ (เกียร์สั้นกว่า + แรงบิดมาไวกว่า แลกด้วยแรงม้าที่ลดลง)

  • Z900RS โดยรวมจะรู้สึกได้ถึงความเป็นรถโมเดิร์นที่แฝงความคลาสสิคมากกว่าจะเป็นรถเรโทรอย่างเต็มสายเลือด แต่กระนั้นก็สามารถจับรายละเอียดต่างๆ ของ Z รุ่นคลาสสิคดั้งเดิมของ Kawasaki ได้เป็นอย่างดี หลายๆ จุดได้มีการสืบทอดมาอย่างไกล้เคียง เช่นแผงไมล์ ทรงถังน้ำมัน มิติและรูปทรงตัวรถ ตูดเป็ดและรายละเอียดอื่นๆ รวมๆ แล้ว Z900RS ดูเหมือนเป็นการดึงเอาจุดต่างๆ จาก Z เก่าและ Zephyr รุ่นหลังมารวมเอาไว้ด้วยกัน
  • Z900RS มีจุดมุ่งหมายที่จะนำเอาจิตวิญญาณความคลาสสิคของ UJM เข้าสู่ศตวรรษที่ 21 ด้วยการผสมผสานระหว่าง sport performance ที่โมเดิร์นและกลิ่นอายของวันวาน เป็นรถที่ขี่ง่าย ดูแลง่าย ใช้ได้ทุกวันในแบบฉบับรถยุคใหม่ แต่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์และอารมณ์ของสไตล์ยุคเก่า

Concept (สไตล์และวิธีการแต่งรถ):

CB1100RS:

  • เป็น UJM แบบวันวานสำหรับยุคปัจจุบัน
  • แต่งแนว UJM Custom Bike การแต่งรถประเภท UJM ที่ญี่ปุ่นทำกันมาเป็นเวลายาวนานหลายสิบปี เน้นเรื่องการเสริมสมรรถณะด้วย Performance Parts เกรดสูงมากมายที่มีเอกลักษณ์และสีสันอันโดดเด่น รวมไปถึงการเล่นกับโทนเฉดสีและ material texture ต่างๆ เช่นท่อ Full System คาร์บอนด์หรือไทเทเนี่ยมที่ขึ้นสีรุ้ง ควบคู่ไปกับชิ้นส่วนอัลลอยที่ชุบผิวมาเป็นสีต่างๆ ที่เข้าชุดกัน
  • รถสามารถสื่อออกมาให้ได้ทั้งอารมณ์แนวเรซซิ่ง UJM (เช่นที่อธิบายด้านบน) หรือทัวริ่งได้เป็นอย่างดีเยี่ยม (คนญี่ปุ่นนิยมใช้ตระกูลนี้ขี่ท่องเที่ยวกันเป็นอย่างยิ่ง ในญี่ปุ่นขายดีเลยทีเดียว) การแต่งส่วนมากจะเน้นอนุรักษ์รูปทรงที่คลาสสิคของตัวรถเดิมไว้ โดยรวมสไตล์การแต่งรถสามารถแกะแบบจากรถสี่สูบไฟกลมรุ่นเก่าๆ ของญี่ปุ่นได้เลย
  • เป็นรถที่แต่งมากแต่งน้อยก็สวยได้ การแต่งดูจะเน้นไปในการเสริมเรื่องรายละเอียดเสียมากกว่าการเปลี่ยนแปลงรูปทรงหรืออารมณ์รถไปอย่างสิ้นเชิง เรียกว่าอาจเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยหลายจุด ที่ลำพังอาจเหมือนมองไม่ค่อยเห็น แต่พอจอดเปรียบเทียบกับรถเดิมๆ ก็จะเห็นต่างโดยสิ้นเชิง

Z900RS:

  • เป็น UJM ของวันวาน ตีความใหม่สำหรับยุคใหม่ สไตล์ Modern UJM ที่ถูกออกแบบใหม่ให้สมยุคสมัย
  • ด้วยความที่เป็นพื้นฐานรถ platform ใหม่ และอาจขาดความเรโทรที่แท้จริงในบางจุด จึงสามารถนำมาแต่งได้หลากหลายแนวฉีกทางกันไป สามารถนำมาแต่งสไตล์ modern naked ทั่วไปก็ได้ หรือจะแต่งแนวคาเฟ่บ้างก็คงไม่แปลก (ทาง Kawasaki เองยังมีขายรุ่น Cafe Racer จากโรงงานพร้อมโม่งและแฮนด์บาร์หมอบ)
  • หรือถ้าหากจะเล่นในแบบที่ญี่ปุ่นทำกันก็คงต้องเป็นการแต่งแบบ Backdate หรือนำเอาความเรโทรที่แท้จริงเสริมเพิ่มเติมเข้าไป ซึ่งจะเห็นได้จากที่ค่ายทำของแต่งรายใหญ่ต่างๆ ในญี่ปุ่นได้หันมาผลิตชุดของแต่งเพื่อตอบสนองความต้องการอันเป็นสไตล์ญี่ปุ่นนี้เพียงไม่กี่เดือนหลังจากการเปิดตัว โดยมีค่ายแต่งชื่อดังต่างๆ เช่น K-Factory ผลิตคิทแปลงโช้คหลังคู่ออกมาให้ Z900RS เคียงคู่กับชุดท่อ Full System อันเป็นของที่คุณ ‘ต้องมี’ สำหรับ UJM แต่งแนวคลาสสิคญี่ปุ่น
  • การแต่งโช้คคู่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงอารมณ์รถของ Z900RS ไปโดยสิ้นเชิง โดยผลของการทำเช่นนี้จะทำให้รถดูมีรูปทรงคล้าย Zephyr หรือ Z เก่าๆ รุ่นดั้งเดิมยิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มเติมความคลาสสิคเข้าไปในตัวรถเป็นอย่างมาก จากภาพลักษณ์ของรถโมเดิร์นสวมเสื้อผ้าคลาสสิคจนกลายมาเป็นรถที่สมกับนามว่า ’เรโทร’ ยิ่งขึ้น

คันนี้เหมาะสมกับใคร?:

CB1100RS:

  • ใครที่รักในความเรโทรคลาสสิคโดยแท้จริง หลงใหลและคลั่งไคล้ในเรื่องราวและประวัติศาสตร์ของ UJM ในอดีด รักในการขี่ท่องเที่ยวและทัวริ่ง ชอบดื่มด่ำบรรยากาศ เสพอารมณ์การขับขี่ในทุกรายละเอียดในทุกวินาทีมากกว่าเพียงแค่ความเร้าใจด้านความเร็ว
  • CB1100RS ถึงแม้จะเป็นรุ่น Performance ของไลน์ CB1100 แต่โดยรวมก็เป็นรถที่มีอารมณ์ใจเย็นคูลๆ เป็นรถขนาดมิติใหญ่ที่มีน้ำหนักพอสมควรและต้องออกแรงในการขับขี่บ้างในบางจังหวะ แต่ก็ขี่สบายเป็นเลิศและมีความนิ่งเป็นอย่างมาก ขี่ทางไกลสบายและเต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ มันเป็นทั้งรถทัวริ่งที่ยอดเยี่ยมและรถขี่ยามเช้าวันอาทิตย์เพื่อไปจิบกาแฟกับเพื่อนในเมืองที่ดีเลิศด้วยเช่นกัน
  • ถ้าหากคุณกำลังหาความคลาสสิคที่แท้จริงในแบบฉบับสี่สูบญี่ปุ่น CB1100RS คือคำตอบของคุณ

Z900RS:

  • เป็นรถที่ดีเลิศสำหรับคนที่ชอบรูปทรงรถสไตล์เรโทรที่ต้องการรถคันเดียวที่สามารถรับได้ทุกหน้าที่ ขี่อารมณ์สปอร์ตได้อย่างเต็มเปี่ยม ด้วยสไตล์รูปทรงที่ย้อนยุค ดูแลง่ายด้วยพื้นฐานของรถโมเดิร์นและสามารถขี่ได้ทุกวันในทุกสภาพแวดล้อมอย่างง่ายดาย ขนาดมิติรถเล็กและคล่องตัว แต่ก็สามารถขี่ทางไกลได้โดยไม่ลำบาก
  • Z900RS เหมาะสำหรับใครที่ชอบความคลาสสิคแต่ยังคงรักในความเร็ว ชอบอารมณ์รถและเครื่องยนต์ที่เร่าร้อนกระโชกโฮกฮาก มันเป็นรถที่ขี่แล้วได้อารมณ์เร้าใจในแบบที่ไม่ต่างไปจากรถ naked แนวสปอร์ตเต็มตัว แต่เพิ่มเติมมาด้วยสไตล์ที่ไม่มีวันตกยุค

สิ่งที่ชอบในแต่ละรุ่น:

CB1100RS:

  • การใส่ใจในรายละเอียดต่างๆ ความประณีตในการออกแบบและผลิต
  • ความคลาสสิคที่แท้จริง
  • ความแน่วแน่และชัดเจนในตัวตนของตัวรถ
  • อารมณ์ของเครื่องยนต์เสื้อลมที่จำลองเครื่องเก่าได้อย่างดีเลิศ
  • แต่งไม่มากก็สามารถดูสวยลงตัวได้

Z900RS:

  • performance รถดีเยี่ยม เครื่องแรง ตอบสนองดี ช่วงล่างโมเดิร์นสปอร์ตดีเลิศ
  • น้ำหนักรถเบา มิติรถกะทัดรัด อัตราทดเกียร์ชิด ขี่แล้วรู้สึกติดมือ คล่องตัวมาก ใช้ขี่ในชีวิตประจำวันได้จริง
  • นำเอาองค์ประกอบดีไซน์ของ Z/Zephyr คลาสสิคมาผสานกันบนพื้นฐานรถรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว
  • ท่อเดิมเสียงแหบๆ ปลายแหลมดี ไม่เงียบจนเกินไป
  • หน้าตาเก๋าของรถยุคเก่า แต่ดูแลง่ายใช้งานสะดวกในแบบฉบับรถยุคใหม่
  • Performance Parts เดิมติดรถเกรดดี (เช่นโช้คหัวกลับและเบรค radial caliper)

สิ่งที่ควรปรับปรุงในแต่ละรุ่น:

CB1100RS:

  • รถมีน้ำหนักค่อนข้างมากและมีมิติใหญ่ ขี่ในเมืองช่วงรถติดเหนื่อยพอสมควร ใช้ขับขี่ในเมืองอย่างกรุงเทพฯ ดูท่าจะลำบาก
  • อัตราทดเกียร์ยาว ราวกับว่าหันมาจับรถทัวริ่งหลังจากที่เพิ่งขี่ Z900RS มา
  • ท่อเดิมเงียบไปนิด ถึงจะได้มีการปรับแต่งให้ดีกว่าเก่าแล้วก็ตาม (ท่อกว้างใหญ่และหนักมากด้วย)
  • ค่อนข้างจำเป็นที่จะต้องละเอียดเรื่องการปรับโช้คหลังให้เหมาะสมกับผู้ขับขี่ เซ็ตติ้งเดิมโรงงานรถรู้สึกอุ้ยอ้ายและหนืดมาก (ผู้ขี่สูงราว 170cm น้ำหนัก 52kg) ถ้าหากได้ปรับโช้คแล้วโลกเปลี่ยนเลย
  • หากมี performance มากกว่านี้สักนิดหนึ่งให้สมกับเป็นรุ่น performance-spec ก็น่าจะดีนะ (ส่วนตัวเรื่องนี้ไม่ค่อยซีเรียสแต่เห็นบางคนติเรื่องความแรง)
  • มีตัวตนที่ชัดเจน แต่ขาดจุดขายที่ชัดเจน

Z900RS:

  • รูปทรงยังขาดอารมณ์ความคลาสสิคที่แท้จริงไปหน่อย
  • ชิ้นส่วนพลาสติกมากไปนิด เช่นขายึดบังโคลนหน้าที่สีไม่ matching เป็นต้น
  • อารมณ์เครื่องยนต์มีความโมเดิร์นไปนิดหนึ่ง อยากให้คลาสสิคกว่านี้อีกหน่อย
  • ต้องแต่งเยอะพอสมควรถึงจะเรโทรได้สวยในแบบฉบับญี่ปุ่นแท้
  • ยังขาดตัวตนที่ชัดเจนไปนิด

Story: Gunn Vroom Supavatanakul