Triumph Motorcycles Thailand ได้เปิดตัว Triumph Speedmaster Bonneville และ Bobber Bonneville Black ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในวันนี้ (20 พ.ย. 60) ที่ HOBS Playhouse ศูนย์การค้า Central World ซึ่งเปิดตัวเป็นที่แรกในเอเชีย โดยทั้งสองรุ่นเป็นรถตระกูล Bonneville ที่สร้างชื่อในวงการสองล้อคลาสสิคมาอย่างยาวนาน

ซ้าย : Triumph Bonneville Speedmaster Bonneville , ขวา : Triumph Bobber Bonneville Black

ในปี 2016 Triumph Motorcycles ได้เปิดตัว ‘Bonneville Bobber’ มอเตอร์ไซค์ประเภทCruiser ในไลน์ Modern Classic ซึ่งใช้ขุมพลัง 1200cc Liquid Cool อันร้อนแรงเช่นเดียวกับที่ประจำการอยู่ใน Bonneville T120 และ Thruxton R แต่มีการปรับจูนสมรรถนะให้มีแรงบิดที่เยอะกว่าภายใต้คอนเซ็ปท์ ‘Brutal Beauty’ ด้วยความสวยงามและลงตัวอย่าง Modern Classic สไตล์ Triumph ทำให้รถรุ่นนี้กลายเป็นรถที่ถูกพูดถึงกันมากที่สุดในปี 2016 เรียกได้ว่าเป็น Talk of the town ไปทั่วโลกเลยทีเดียว(อ่านรีวิว Bobber Bonneville ได้ที่นี่)

Triumpb Bonneville Bobber 2016

สำหรับบทความนี้เราจะพูดถึงน้องใหม่ทั้งสองรุ่นที่ผู้เขียนต้องบอกไว้ก่อนเลยว่าคราวนี้ Triumph ให้ออฟชั่นจัดเต็มอย่างไม่มีกั๊ก !!

Triumph Bonneville Bobber Black

Photo: Courtesy of Triumph Motorcycles

Bonneville Bobber Black คือ Bonneville Bobber ที่เข้มขึ้น ดุขึ้น และแข็งแกร่งขึ้น แต่ยังคงความเป็น Bobber ไว้ได้อย่างครบถ้วนทุกประการ ซึ่งเอกลักษณ์ที่มองแว่บแรกก็รู้ได้ทันทีคือความดำเข้มของตัวรถนั่นเอง

สำหรับรายละเอียดที่เพิ่มขึ้นจาก Bonneville Bobber นั้นได้แก่ ท่อไอเสียแบบตรงพื้นผิวคู่สีดำและท่อเก็บเสียงคู่ทรง Peashooter แบบ ‘ตัดปลายเฉียง’, ล้อหน้าหนาขนาด 16 นิ้ว พร้อมโช้คหน้าขนาด 47 มิลลิเมตร รวมถึงสไตล์และการตกแต่งรายละเอียดสีดำสนิททั่วทั้งคัน อาทิ ท่อไอเสียสีดำ แป้นเบรกและที่พักเท้าสีดำ คันเกียร์ชุบผิวสีดำ เกียร์โยงชุบซิงค์นิเกิล คันเบรกและคลัตช์ชุบผิวสีดำ แฮนด์บังคับเลี้ยวสีดำ พร้อมไรเซอร์และแคลมป์ชุบผิวสีดำฐานเบาะแบบลอยตัวสีดำ ฝาครอบเครื่องยนต์ ฝาครอบลูกเบี้ยว และฝาครอบสเตอร์พาวเดอร์โค้ทสีดำ ขอบไฟหน้าชุบโครเมียมสีดำ รวมถึงดุมล้อสีดำ เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์มาตรฐานที่ติดตั้งมาจากโรงงานที่ให้มาอย่างครบครันที่คุณต้องเก็บตังค์เพิ่มจากที่จะซื้อ Bonneville Bobber มาซื้อรุ่นนี้ก็คือ !!
1.ดิสก์เบรกหน้าแบบคู่พร้อมคาลิปเปอร์ 2 ลูกสูบแบบคู่จาก  Brembo
2.ดิสก์เบรกหลังแบบเดี่ยวพร้อมคาลิปเปอร์ลูกสูบเดี่ยว
3.กระบอกโช้คหน้า Showa
4.ไฟหน้า LED ประสิทธิภาพสูงพร้อม Day time running light แบบเฉพาะตัว
5.ระบบควบคุมความเร็วคงที่ด้วยปุ่มเดียว (Cruise Control)

สำหรับใครที่ชอบ cruiser ยางหนาๆ ที่มีความเข้ม ดุดัน มีความเป็นจิ๊กโก๋ และมีสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมพร้อมหวดบนถนนทุกเส้นโดยไม่ต้องปรับแต่งเครื่องยนต์เพิ่มเติม แล้วล่ะก็ เราขอแนะนำว่ารีบกำเงินแล้วเดินเข้าโชว์รูม Triumph และเซ็นใบจองกับพนักงานได้เลยเพราะราคาช่วงเปิดตัวอยู่ที่ 625,000 บาทเพียงเท่านั้น !!

Bonneville Bobber Black มีให้เลือก 2 สีด้วยกันได้แก่ สี Jet Black (ดำเงา) และสี Matt Jet Black (ดำด้าน)

Triumph Speedmaster Bonneville

Triumph Speedmaster Bonneville

สำหรับ Bonneville Speedmaster มาพร้อมกับภาพลักษณ์ความคลาสสิกอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นถังน้ำมันแกะสลักสไตล์ Bonneville และรายละเอียดชิ้นส่วนต่างๆ ที่ตบแต่งด้วยวัสดุโครเมียม

สิ่งที่ทำให้ Speedmaster พิเศษว่าใครนั่นก็คือ
1.แฮนด์บังคับเลี้ยวกวาดไปด้านหลังสไตล์ Beach Bar (ที่เรามองว่ามันคูลสุดๆ เพราะมันให้ความคลาสสิคฉบับดั้งเดิมสไตล์ Triumph เลยล่ะ! )
2.ให้บังโคลนหลังแบบยึดตายพร้อมที่นั่งคู่อเนกประสงค์และที่นั่งเดี่ยวที่สามารถถอดออกได้
3.ล้อซี่ลวดขนาด 16 นิ้ว
4.เบรกประสิทธิภาพสูงด้วยดิสก์เบรกหน้าคู่ พร้อมคาลิปเปอร์จาก Brembo และดิสก์เบรกหลังเดี่ยวพร้อมคาลิปเปอร์ลูกสูบเดี่ยวจาก Nissin
5.พักเท้าคนขี่แบบ Forward Control
6.ระบบควบคุมความเร็วคงที่ แบบกดปุ่มเดียว (Cruise Control)
7.ไฟหน้า LED พร้อม Daytime Running Light
8.ถังน้ำมัน 12 ลิตรให้ความสะดวกสบายในการเดินทางไกล( 9.1ลิตร ในรุ่น Bonneville Bobber และ Bonneville Black )

หากคุณเคยพาผบทบ. ไปดู Bobber Bonneville แล้วโดนยื่นคำขาดไม่ให้ซื้อแล้วล่ะก็..โอกาสเป็นของคุณแล้ว! เพราะ Speedmaster Bonneville นั้นมีเบาะนั่งคนซ้อนและพักเท้าคนซ้อนมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์ที่เสริมความสะดวกสบายขึ้นไปอย่างทวีคูณด้วยเบาะนั่งที่กว้างกว่าเดิมและพนักพิงหลังแสนสบาย กระเป๋าเดินทางคู่ ที่จะทำให้การเดินทางกับคนที่คุณรักแฮปปี้ตลอดทุกเส้นทาง แต่ถ้าหากคุณยังมีความซิ่งอยู่ในตัว ก็ยังมีอุปกรณ์แต่งซิ่งเสริมความดุดันให้กับ Speedmaster อีกมากมากไม่ว่าจะเป็นเบาะนั่งเดี่ยวหนัง ท่อไอเสียแบบซิ่ง Vances and Hines ฯลฯ หากคุณไม่มีไอเดีย ทาง Triumph มีชุดแต่งให้คุณเลือกถึง 2 แบบด้วยกัน ‘Highway’ สำหรับสายออกทริป และ ‘Maverick’ สำหรับคนที่ชอบความเรียบง่ายแต่ดุดัน

Speedmaster Bonneville เปิดราคาอย่างเป็นทางการอยู่ที่ไม่เกิน 625,000 บาทเช่นเดียวกัน สำหรับออฟชั่นที่ให้มาเรามองว่าคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์กันเลยเพราะไม่ว่าจะเป็นสไตล์ การใช้งาน พละกำลัง หรือเทคโนโลยี ต่างให้มาอย่างสมบูรณ์แบบ หากจะซื้อ cruiser ซักคันที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์และการใช้งานในราคาไม่เกิน 7 แสนบาทแล้วล่ะ Speedmaster Bonneville นี่แหละเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ อย่างแน่นอน!

Speedmaster Bonneviille มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สี Jet Black สี Cranberry Red/Jet Black และสี Fusion White/Phantom Black พร้อมตัดเส้นคู่บนถังน้ำมันด้วยมือ

ในส่วนของรายละเอียดอื่นๆ ของทั้งสองรุ่นนั้นเหมือนกับ Bonneville Bobber รุ่นมาตรฐานทุกประการไม่ว่าจะเป็น เครื่องยนต์แรงบิดสูงสูบคู่ขนานขนาด 1,200 ซีซี ให้แรงบิดสูงสุด 106 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที และพละกำลังสูงสุด 77 แรงม้า ที่ 6,100 รอบต่อนาที สำหรับเทคโนโลยีความปลอดภัยจัดเต็มด้วยคันเร่งไฟฟ้า Ride-by-Wire, โหมดขับขี่บนถนน (Road) และโหมดขับขี่ขณะฝนตก (Rain), ระบบเบรก ABS รุ่นล่าสุด, ระบบควบคุมการยึดเกาะถนน Traction Control แบบเปิดปิดได้, และคลัตช์ควบคุมแรงบิด (Slipper Clutch). ระบบป้องกันการโจรกรรมรุ่นล่าสุดภายในกุญแจรถ เป็นต้น แต่สิ่งที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนคือ ถังน้ำมัน และสไตล์การตบแต่งของทั้ง 2 รุ่น รวมไปถึงท่านั่งอันเป็นเอกลักษณ์ โดย Speedmaster จะมีท่านั่งที่ออกไปทาง touring cruiser ซะมากกว่า ผู้ขี่จะถูกบังคับให้มีท่านั่งหลังตรงกับการวางเท้ายื่นออกไปข้างหน้าฉบับ forward control เพื่อความสบายในการขับขี่เดินทางไกล ส่วน Bobber Black นั้นท่านั่งจะดูโฉบเฉี่ยวมากกว่าตามสไตล์ hard tail bobber ซึ่งคนขี่จะโน้มตัวไปทางข้างหน้ามากกว่าเล็กน้อย และมีตำแหน่งวางเท้าอยู่ตรงกลาง (mid control) แน่นอนว่าเบาะก็เตี้ยกว่า speedmaster เช่นเดียวกับ bobber รุ่น standard

ทางด้านของการให้บริการหลังการขาย Triumph Motorcycles ยังเพิ่มความอุ่นใจตลอดการขับขี่ที่มากขึ้นในส่วนของการบำรุงรักษาที่ยาวนานถึง 16,000 กิโลเมตร หรือ 1 ปี  แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งจะถึงก่อน ตลอดจนการรับประกันคุณภาพของรถที่ยาวนานถึง 2 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง พร้อมทั้งโปรแกรม Triumph Roadside Assistance ตลอดระยะเวลารับประกัน 2 ปี ทั้งหมดนี้ช่วยให้ผู้ขับขี่มั่นใจในการใช้งานได้อย่างเต็มที่เช่นกัน

Speedmaster Bonneville และ Bonneville Bobber Black มีกำหนดเผยโฉมและเปิดให้จับจองอย่างเป็นทางการภายในงาน“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 34” หรือมอเตอร์เอ็กซ์โป 2017 ณ บูธ ไทรอัมพ์ G05 อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 อิมแพค เมืองทองธานี ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 – วันที่ 11 ธันวาคม 2560

Photo: Pe Chuenchoophol
Story: 
Victor Young