An Introduction:

ถ้าหากพูดถึงรถประเภท Modern Retro ในขณะนี้ คงกล่าวได้ว่าไม่มีคันไหนกระแสมาร้อนแรงเทียบเท่ากับการหวนคืนมาสู่ท้องถนนของอดีดตำนาน ‘UJM’ (คลิก – ว่ากันด้วยเรื่อง UJM: Universal Japanese Motorcycle ที่ทั่วโลกต่างหลงใหล) อย่าง Kawasaki Z ด้วย Z900RS คันใหม่ ซึ่งเป็นที่ฮือฮาอย่างมากทั้งในประเทศไทยและเมืองนอก และแน่นอนว่าพวกเราก็เคยได้พูดถึงรถคันนี้กันมาก่อนหน้านี้แล้ว (คลิก – เจาะลึกรายละเอียด Kawasaki Z900RS)

แต่คำถามที่ทุกคนคงรอคอยคำตอบอยู่คงไม่พ้นว่า Z900RS คันนี้ขี่เป็นอย่างไร? ได้อารมณ์ในการขับขี่แบบไหน? เหมาะสมกับใคร? ซึ่งสำหรับครั้งนี้พวกเรามีคำตอบให้คุณ เชิญเตรียมพร้อมทำความรู้จักกับตัวตนของ Z900RS ได้ กับ Kawasaki Z900RS Full Review!

History & Heritage:

Z900RS เป็นรถที่มีเรื่องราว ลวดลายเส้นสายต่างๆ ของรถคันนี้มีที่มาที่ไป เปี่ยมไปด้วยประวัติศาสตร์อันเลื่องลือ (คลิก – การกลับมาของคาวาซากิ ZII จากมังงะชื่อดัง ‘โชนันจุนไอกุมิ’) ทั้งทางด้านผลกระทบในวงการมอเตอร์ไซค์ของโลก (Z1 เคยเป็นอดีดรถที่เร็วที่สุดในโลกตอนเปิดตัวในยุคสมัยปี 70 ช่วงก่อกำเนิด UJM) และเป็นที่โด่งดังในโลกแห่งการ์ตูนมังงะและอะนิเมะด้วย โดยเป็นรถคู่ใจของ ‘เอคิจิ โอนิสึกะ’ ตัวเอกแห่งมังงะและอะนิเมะชื่อดัง ‘GTO – Great Teacher Onizuka’ นั่นเอง

Kawasaki Z900 1972
Kawasaki Z2 750RS 1974
Kawasaki Zephyr 1100
Kawasaki Zephyr 750

และไม่ว่าจะชุดสีของรถทดสอบรุ่น SE สีส้ม-ดำ อันเป็นเอกลักษณ์ที่สืบทอดมาจากสีประจำรุ่นของ Z2 750RS (สีเดียวกันกับของโอนิสึกะจากเรื่อง GTO) แล้ว จนกระทั่งรูปทรงของถังน้ำมันที่ผอมเรียว และท้ายทรงตูดเป็ดอันเป็นดีไซน์ที่น่าจดจำตั้งแต่ Z1/Z2 รุ่นดั้งเดิมจนมาถึง Zephyr ยุคหลัง (ที่เปรียบเสมือนการนำ Z ดั้งเดิมมาผลิตใหม่ในยุคปี 90 โดยมีพิกัดต่างๆ ให้เลือกระหว่าง 400 750 และ 1100) ทั้งหมดนี้ Kawasaki ล้วนแล้วได้ทำออกมาโดยยังคงไว้ซึ่งตัวตนของ Z ไว้อย่างดีเยี่ยม

Kawasaki Z900RS 2017

ซึ่งนับได้ว่าเป็นความสำเร็จของทางทีมดีไซน์เลยทีเดียว เนื่องจากว่า Z900RS คันใหม่นี้ไม่ใช่รถ UJM ทั่วไปเฉกเช่นคันก่อนๆ แต่มันคือ Supernaked ที่สวมเสื้อผ้าย้อนยุคเสียมากกว่า ถ้าหากมองผ่านบอดี้ทรงเรโทรของมันก็จะสังเกตได้ชัดว่าเฟรมรถนั้นเป็นประเภทเฟรมถัก (Trellis Frame) ซึ่งมีน้ำหนักเบาและต่างไปจาก Steel Cradle Frame ของ UJM รุ่นก่อนๆ อย่างสิ้นเชิง

และข้อแตกต่างที่ชัดเจนสุดก็น่าจะไม่พ้นสวิงอาร์มหลังที่เป็นประเภทโช้คเดี่ยว ซึ่งมองครั้งแรกอาจจะดูแปลกตากับรถทรง UJM พอสมควร แต่เมื่อได้พบตัวจริงแล้วจะเห็นได้ชัดว่าทาง Kawasaki ได้ออกแบบมาอย่างลงตัวให้มิติรถนั้นดูไม่ขัดตาและลงตัวเป็นธรรมชาติ

และถึงแม้ว่ามิติรถได้มีการเพิ่มความบึกบึนขึ้นมาบ้างเมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นก่อนๆ อย่าง Zephyr ที่จะดูผอมเรียวค่อนข้างมาก ทรงของ Z900RS คันใหม่นี้มองยังไงก็เห็นได้ชัดว่าสืบทอดสายเลือดของรถตระกูล Z อย่างเต็มเปี่ยม เรียกได้ว่าความมีที่มาของรายละเอียดต่างๆ เป็นหนึ่งในเสน่ห์ที่น่าดึงดูดของรถคันนี้เลยทีเดียว

ทั้งนี้แล้วยังคงมีส่วนต่างๆ บนตัวรถที่คงเสริมสวยได้ด้วยของแต่งต่างๆ แต่นั่นเองก็เป็นอีกเสน่ห์ของรถประเภท UJM ซึ่งเปรียบเสมือนผืนผ้าเปล่าที่ให้คุณได้วาดลวดลายอันเป็นตัวตนของคุณเพิ่มเข้าไป ถ้าจะเปรียบเทียบกับวงการรถยนต์ก็คงเรียกได้ว่า UJM คือ ‘Tuning Car’ ของโลกมอเตอร์ไซค์นั่นเอง

ซึ่ง Kawasaki ก็ดูแล้วจะจับประเด็นนี้ได้ดี ทั้งด้วยการผลิตรถพื้นฐานที่ดูมีเสน่ห์และความครบครันแต่ยังคงสามารถต่อยอดได้เยอะ และการส่งมอบตัวรถต้นแบบก่อนเปิดตัวไปให้แก่สำนักแต่งชื่อดังเพื่อทำรถคัสต้อมตัวอย่างออกมา พร้อมทั้งยังส่งรถหลังเปิดตัวแล้วไปให้ค่ายผลิตของแต่งชื่อดังต่างๆ เพื่อวิจัยและเตรียมผลิตของแต่งตรงรุ่นออกมาสู่ตลาดอย่างรวดเร็วทันใจ

The Ride & The Experience:

แล้วในส่วนของการขับขี่เหรอ? พูดสั้นๆ ได้เลยว่าเร้าใจ!! Kawasaki Z900RS เป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความ Digital ของระบบอิเล็กทรอนิกส์ยุคใหม่ต่างๆ เช่นหัวฉีดไฟฟ้า ABS และระบบแทรคชั่นคอนโทรล (ตั้งได้ 3 ระดับรวมทั้ง เปิด-ปิด) และความอะนาล็อกของคันเร่งและคลัทช์สาย ทำให้อารมณ์รถมีความทันสมัยโดยไม่กลบอรรถรสในการขับขี่รถทรงเรโทรไฟกลม

ซึ่งความผสมผสานที่ลงตัวระหว่างยุคเก่าและใหม่นี้เห็นได้ชัดในแผงไมล์ที่ได้มีการออกแบบรูปทรงไมล์เข็มคู่ให้ดูเหมือน Z รุ่นก่อนๆ (ดูจะคล้าย Zephyr ที่สุด) ซึ่งได้มีการลอกแบบแม้กระทั่งตัวอักษรและเลขต่างๆ ที่คล้ายกันมาก และในขณะเดียวกันได้มีการเพิ่มจอแสดงข้อมูลเข้าในช่องกลางระหว่างมาตรวัดคู่ ที่มาพร้อมฟังก์ชั่นต่างๆ ของรถยุคใหม่อันเป็นที่คุ้นเคย เช่น Trip A/B ไมล์รถ อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันทั้งค่าเฉลี่ยและข้อมูลวัดสด การตั้งค่าระบบแทร็คชั่นคอนโทรล และเกจ์น้ำมัน

ซึ่งการผสมผสานของเก่าและใหม่นี้เป็นตัวตนอารมณ์การขับขี่ของ Z900RS ด้วยเช่นกัน โดยมีเหตุเนื่องมาจากพื้นฐานเครื่องยนต์และเฟรมรถที่ใช้ร่วมกับ Supernaked สายเลือดสปอร์ตพันธ์ใหม่อย่าง Z900 ที่มาพร้อมด้วยเครื่องรอบจัดสุดดุเดือดและเฟรมถักที่ทำให้รถมีน้ำหนักเบาและมิติกระทัดรัดเป็นอย่างมาก

โดยทั้งเครื่องยนต์และเฟรมนี้ได้มีการปรับแต่งให้เหมาะสมกับบุคลิกความเป็นโมเดิร์น UJM ของ Z900RS ยิ่งขึ้น ตัวเฟรมได้มีการดัดแปลงเล็กน้อยเพื่อให้เข้ากับรูปทรงของถังน้ำมัน ในขณะที่เครื่องยนต์ได้มีการลดอัตรากำลังอัด และเปลี่ยนแคม ฯให้มี Lift และ Duration น้อยลง ผลที่ได้มาเมื่อรวมกับการเรียงอัตราทดเกียร 1-3 ให้ชิดขึ้นคืออัตราเร่งที่โดดเด่นทุกช่วงรอบเครื่อง จนเรียกได้ว่าดึงแรงจนแขนแทบหลุดตั้งแต่รอบต่ำเลยทีเดียว

แม้ว่าคุณจะอยู่เกียรสูงด้วยความเร็วต่ำก็สามารถเปิดคันเร่งเรียกกำลังเร่งแซงได้อย่างง่ายดาย ซึ่งอัตราเร่งในช่วงความเร็ว 0-100 กม./ชม. จะเร็วกว่า Z900 รุ่นปกติที่มีแรงม้าปลายมากกว่าเสียด้วยซ้ำ ในช่วงการขับขี่ทดสอบมีหลายครั้งที่วิ่งอยู่เกียร 5-6 ด้วยความเร็วต่ำถึง 70-80 กม./ชม. แล้วเปิดคันเร่งเพื่อเร่งแซงถึงความเร็ว 120-130 กม./ชม. ซึ่งแต่ละครั้งจะรู้สึกว่าเรียกกำลังได้ง่ายมากโดยไม่มีความหน่วงใดๆ หรืออาการสั่นที่อาจเกิดขึ้นกับการใช้รอบต่ำในเกียร์สูง

Z900RS เป็นรถที่ขี่ง่ายและบิดติดมือมาก ดึงแรงตั้งแต่ 3-4 พันรอบ และรู้สึกได้ว่าเริ่มพุ่งจริงจังที่ไกล้ๆ 7 พันรอบขึ้นไปยันรอบหมื่น และด้วยเกียร์ 1-3 ที่มีอัตราทดชิดพอสมควร ทำให้ความรู้สึกในการเร่งออกตัวแฝงความซิ่ง มีรอบเครื่องที่ใช้งานได้ง่ายและสะดวกมากเวลาเจอช่วงจังหวะบนถนนที่มีรถเยอะ

เครื่องของ Z900RS เป็นเครื่องยนต์ที่รู้สึกว่ามีความกว้างของ Powerband ในแบบเครื่องสี่สูบลูกใหญ่จูนแรงบิด ในขณะที่ยังมีการตอบสนองของเครื่องยนต์และรอบที่ว่องไวรวมทั้งปลายที่พุ่งในแบบของเครื่องยนต์สี่สูบรอบจัดที่เน้นแรงม้ารอบสูง นับว่าเป็นการจูนเครื่องมาได้ลงตัวกับรถเป็นอย่างยิ่ง

ในขณะเดียวกันแฮนด์บาร์ทรงสูงและเบาะที่ค่อนข้างแบนของ Z900RS ก็ยังคงไว้ซึ่งกลิ่นอายความเป็นเรโทร สัมผัสแรกเมื่อขึ้นคร่อมตัวรถจะรู้สึกถึงความสูงและกว้างของแฮนด์บาร์รวมถึงความเฟิรมของเบาะ และพักเท้าที่อยู่ตรงกลาง ทำให้ท่าขี่นั้นมีความเป็น Traditional UJM ด้วยท่าที่จะค่อนข้างนั่งตัวตั้งตรงและต้องหมอบแนบติดถังแบบมือลอยๆ เวลาขี่ด้วยความเร็วสูง

แต่ด้วยท่านั่งที่ตัวตรงนี้เองที่ทำให้สามารถขี่ได้เรื่อยๆ อย่างสบายโดยไม่เมื่อย ไม่ว่าจะเป็นการขี่ทางไกลด้วยระยะเวลานานๆ หรือกับการมุดซ้ายมุดขวาหลบรถติดในตัวเมือง เลี้ยวและพลิกเข้าโค้งได้ดั่งใจ ทำให้ Z900RS เป็นรถที่รู้สึกว่าขี่สบายมาก และไม่ให้ความรู้สึกกลัวเลยแม้แต่น้อย แต่ทั้งนี้แล้วด้วยท่านั่งที่หลังค่อนข้างตรงและแฮนด์บาร์ที่สูงรวมทั้งการไม่มีบังลมใดๆ ทำให้มีความต้านลมพอสมควรที่ความเร็วสูง (ซึ่งในส่วนนี้รุ่น Cafe ที่มีโม่งและแฮนด์บาร์ต่ำคาดว่าจะช่วยได้พอสมควร)

เสียงท่อเดิมติดรถของ Kawasaki Z900RS:

Lifestyle & Personality:

Kawasaki Z900RS เป็นรถที่ดูมีความเรียบง่ายแต่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์และจิตวิญญานอันคลาสสิค เป็นรถที่มีเรื่องราวและประวัติในขณะที่ยังคงใช้ชีวิตด้วยทุกวันได้อย่างสะดวกสบาย บุคลิกของรถนั้นมีความว่าง่ายและไม่ดื้อรั้นแต่แฝงความไฟแรง เปรียบเสมือนหญิงสาวที่นิสัยกันเอง คุยง่าย สบายๆ ยังไงก็ได้แต่เปี่ยมไปด้วยความห้าว เปรี้ยว และจิตวิญญานที่รักความสนุกสนานภายใต้พื้นผิวภายนอก

Z900RS คันนี้เป็นรถที่เหมาะสำหรับคนที่ชอบรถรูปทรงเรโทรหรือคลาสสิค แต่ยังคงให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่งกับสมรรถณะรถที่สูงในระดับรถโมเดิร์น เป็นรถสำหรับคนที่เบื่อหน่ายกับหน้าตารถโมเดิร์นที่คล้ายๆ กันไปหมด ต้องการความแตกต่างแต่ยังคงต้องการที่จะขี่ด้วยอารมณ์สปอร์ตอยู่

นอกจากนี้แล้วสำหรับใครที่หลงในรถไฟกลมแล้ว Z900RS คันนี้เหมาะที่จะรับหน้าที่เป็นรถใช้งานคันเดียวที่สามารถตอบทุกโจทย์ของคุณ คุณสามารถดื่มด่ำในสไตล์อันมีประวัติของมัน จิตวิญญานแห่ง UJM ที่ไม่มีวันเจือจาง และเสน่ห์ของรถไฟกลมสี่สูบญี่ปุ่นที่สามารถขี่ใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างสะดวกสบาย

ไม่ว่าจะเป็นการขี่ไปทำงาน ขี่ไปจิบกาแฟยามเช้ากับเพื่อนในวันหยุด หรือจะขี่ท่องราตรียามดึกและออกทริปไปต่างจังหวัดร่วมกับเพื่อนฝูง Z900RS คันนี้สามารถตอบสนองถึงความต้องการต่างๆ ทั้งหมดนี้ได้อย่างลงตัว

คุณจะสะดวกสบายกับการใช้งานรถโมเดิร์นที่ไม่จำเป็นต้องคอยดูแลรักษาแบบรถเก่า ขี่แล้วไม่ร้อนด้วยเครื่องยนต์ที่มีหม้อน้ำระบาย ขี่แล้วไม่เหนื่อยด้วยท่านั่งที่สบายและน้ำหนักที่เบาและคล่องตัว รวมทั้งยังคงมีอารมณ์ในการขับขี่ที่แฝงจิตวิญญานของอดีดและภาพลักษณ์ที่คลาสสิค และคุณสามารถขี่มันได้ทุกวัน

นี่แหละคือเสน่ห์แห่งรถประเภท UJM รถคันเดียวที่สามารถตอบได้ทุกประการ รับได้ทุกหน้าที่ และไปได้ทุกหนแห่ง นี่คือตัวตนของ Z900RS – สูตร UJM ดั้งเดิมที่เพิ่มเติมนวัตกรรมใหม่ๆ ของยุคโมเดิร์นเข้าไปเพื่อให้คุณสามารถดื่มด่ำอรรถรสในการขับขี่ได้ทุกที่ทุกเวลา

Cost & Conclusion:

Kawasaki Z900RS มีราคาเริ่มต้นที่ 489,000 บาท สำหรับสี Standard ที่ขณะนี้มีให้เลือกสีเดียว เป็นสี ดำด้าน-เขียวด้าน

ในขณะที่รถทดสอบสีซิกเนเจอร์ ส้ม-ดำ คันนี้เป็นสีพิเศษรุ่น SE ที่มีค่าตัวอยู่ที่ 499,000 บาท

และนอกจากนี้ยังมีรุ่น Cafe สีเขียว-ขาว ที่มาพร้อมเบาะเฉพาะรุ่น โม่งหน้า และแฮนด์บาร์ต่ำสีดำ มีราคาอยู่ที่ 505,000 บาท

Kawasaki Z900RS Cafe Racer

ซึ่งทั้งนี้เป็นราคาที่ค่อนข้างเหมาะสมและคุ้มค่ากับตัวรถ เนื่องจากกับ Z900RS คันนี้คุณไม่ได้แลกเงินเพียงแค่เพื่อรถที่มีสมรรถณะสูงและสามารถขี่ใช้งานได้ทุกวันอย่างมีสไตล์ แต่คุณกำลังซื้อส่วนหนึ่งของประวัติศาษตร์มอเตอร์ไซค์ญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน ที่กำลังเปิดตำราบทใหม่สำหรับรถ UJM ด้วย Z900RS คันใหม่นี้ ที่จะสืบทอดตำนานแห่ง Z อันเลื่องลือเข้าสู่อนาคตข้างหน้าต่อไป

สำหรับใครที่สนใจครอบครอง Kawasaki Z900RS เป็นของตัวเองสามารถอ่านรายละเอียดสเป็ครถเพิ่มเติม และสามารถติดตามโปรโมชั่นต่างๆ จากทาง Kawasaki Real Motorsports 

ติดต่อทดลองขับและรับข้อเสนอที่ดีที่สุดได้ที่: http://realmotosports.com/contact-us/

Special Thanks: Kawasaki Real Motorsports

Rider: Wanchat Jarusean
Photo: Pe Chuenchoophol
Story: 
Gunn Vroom Supavatanakul